Tag Archives: ข่าวกีฬา

โรมาเนีย 3 นัดล่าสุดในรอบคัดเลือกทำผลงานได้ค่อนข้างดีเยี่ยม เกมนี้เฝ้าบ้านรับมือจ่าฝูงทีมชาติสเปน ยานิส ฮาจี้ ลูกชายของตำนานทัพผีดิบพร้อมขับเคลื่อนเกม ขณะที่ทัพกระทิงดุของ โรเบิร์ต โมเรโน่ กุนซือคนใหม่ที่มาแทน หลุยส์ เอ็นริเก้ พร้อมใช้ดาวรุ่งเป็นแกนหลัก โดยหน้าเป้าพร้อมใช้ โรดริโก้ โมเรโน่ ล่าตาข่ายลุ้นชนะรวด100เปอร์เซนต์ ในแมตชที่ 5 ศึดยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม เอฟ คืนวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. นี้ เริ่มแข่งขันเวลา 01.45 น. คอสมิน คอนทร้า เทรนเนอร์ทีมชาติโรมาเนีย พาทีมถล่มมอลตา 4-0 ในเกมคัดยูโรล่าสุด เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม คอนทร้าประกาศทีมชุดล่าสุดออกมาแล้ว โดยมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรเลย เพราะมีนักเตะหลุดโผไปถึง 8 ราย ส่วนเกมนี้จะไม่มีอเล็กซานดรู ชิปซิอู แบ็กขวาตัวเก๋าที่ติดโทษแบน หลังโดนไล่ออกในเกมล่าสุด แต่พวกแกนหลักและดาวดังประจำทีมอย่างวลัด คิริเคส, ราซวาน มาริน, ยานิส ฮาจี้, เคลาดิอู เคเซรู และ จอร์จ ปุสคัส ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม โรเบิร์ต โมเรโน่ เทรนเนอร์ทีมชาติสเปนคนใหม่ ซึ่งเข้ามารับงานอย่างเป็นทางการแทน หลุยส์ เอ็นริเก้ ที่ลาออกจากตำแหน่งเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลส่วนตัว ซึ่งเพิ่งมีการเปิดเผยว่าเพราะลูกสาวเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง โมเรโน่ ประกาศลูกทีมชุดแรกของตัวออกมาแล้ว โดยเปิดโอกาสให้ ปาโบล ซาราเบีย มิดฟิลด์ตัวรุกจากเปแอสเช และ อูไน นูนเญซ กองหลังจากแอธเลติก บิลเบาเข้ามาติดธงครั้งแรก ส่วนพวกที่หลุดโผไปก่อนหน้านี้อย่าง ติอาโก้ อัลกานตาร่า, ปาโก้ อัลกาเซร์ และ ซูโซ่ ต่างกลับมามีชื่ออีกครั้ง ตำแหน่งนายทวารน่าจะยังให้โอกาส เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ลงเฝ้าเสาก่อน ดาบิด เด เคอา นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม โรมาเนีย (4-3-1-2) : ซิเปรียน ตาตารูซานู - โรมาริโอ เบนซาร์, วลัด คิริเคส, โยนุต เนเดลเซียรู, อลิน ทอสก้า - ราซวาน มาริน, นิโคเล สตานซิอู, อเล็กซานดรู มักซิม - ยานิส ฮาจี้ - เคลาดิอู เคเซรู, จอร์จ ปุสคัส เทรนเนอร์ : คอสมิน คอนทร้า สเปน (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า - ดานี่ การ์บาฆัล, เซร์คิโอ รามอส, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, จอร์ดี้ อัลบา - ดานี่ ปาเรโฆ, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ฟาเบียน รูอิซ - ซูโซ่, โรดริโก้ โมเรโน่, มิเกล โอยาร์ซาบัล เทรนเนอร์ : โรเบิร์ต โมเรโน่ ผู้ตัดสิน : เดนิส อายเตคิน (เยอรมัน) ผลงานการพบกันที่ผ่านมา วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน 28/03/16 กระชับมิตร โรมาเนีย 0 - 0 สเปน 16/11/06 กระชับมิตร สเปน 0 - 1 โรมาเนีย 19/11/97 กระชับมิตร สเปน 1 - 1 โรมาเนีย 18/06/96 ยูโร โรมาเนีย 1 - 2 สเปน 17/04/91 กระชับมิตร สเปน 0 - 2 โรมาเนีย ผลงาน 5 นัดหลังสุด โรมาเนีย 11/06/19 ชนะ มอลตา 4-0 (เยือน) คัดยูโร 08/06/19 เสมอ นอร์เวย์ 2-2 (เยือน) คัดยูโร 27/03/19 ชนะ หมู่เกาะแฟโร 4-1 (เหย้า) คัดยูโร 24/03/19 แพ้ สวีเดน 1-2 (เยือน) คัดยูโร 21/11/18 ชนะ มอนเตเนโกร 1-0 (เยือน) ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก สเปน 11/06/19 ชนะ สวีเดน 3-0 (เหย้า) คัดยูโร 08/06/19 ชนะ หมู่เกาะแฟโร 4-1 (เยือน) คัดยูโร 27/03/19 ชนะ มอลตา 2-0 (เยือน) คัดยูโร 24/03/19 ชนะ นอร์เวย์ 2-1 (เหย้า) คัดยูโร 19/11/18 ชนะ บอสเนียฯ 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

สื่อผู้ดีเผยเหตุผลทำไม โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ซื้อ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทั้งๆ ที่ "ปีศาจแดง" มีข่าวสนใจนักเตะก่อน ลิเวอร์พูล เสียอีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปฎิเสธที่จะแข่งกับ ลิเวอร์พูล ในการดึง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ มาเสริมทัพ เนื่องจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ต้องการคว้าเซนเตอร์แบ็กในเวลานั้น ตามรายงานจาก ดิ อินดิเพนเดนต์ สื่ออังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา ฟาน ไดค์ ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 ด้วยค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,775 ล้านบาท) ก่อนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนได้รางวัลส่วนตัวอย่างมากมาย และล่าสุดก็เพิ่งคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปี 2019 ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อินดิเพนเดนต์ เผยว่า ฟาน ไดค์ เกือบไม่ได้ย้ายมาเล่นให้ "หงส์แดง" แล้ว เนื่องจากเวลานั้นมีชื่อ "ปีศาจแดง" ให้ความสนใจมาก่อน และมีโอกาสสูงที่จะได้ตัวไปเสริมแนวรับ หากยื่นข้อเสนออย่างจริงจังก่อน ลิเวอร์พูล กระนั้นก็ดี มูรินโญ่ ที่คุม "ปีศาจแดง" เวลานั้น ได้บอกกับสโมสรว่าไม่ต้องซื้อ ฟาน ไดค์ เนื่องจากไม่ต้องการผู้เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ก่อนที่ในช่วงเปิดตลาดรอบต่อมาจะอยากได้ปราการหลังอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ของ เลสเตอร์ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใคร จนกระทั่งโดนไล่ออกมาเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เลกิ๊ป สื่อของฝรั่งเศส ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคุยกับ มิโน่ ไรโอล่า นายหน้าของ ปอล ป็อกบา เพื่อหารือเรื่องการต่อสัญญากัน หลังจากข้อตกลงฉบับปัจจุบันเหลืออายุเพียงราว 2 ปี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของ ปอล ป็อกบา เกี่ยวกับเรื่องการต่อสัญญากับดาวเตะชาวฝรั่งเศส ตามรายงานของ เลกิ๊ป สื่อชั้นนำของเมืองน้ำหอม ป็อกบา ตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเจ้าตัวบอกเองว่ามันอาจจะถึงเวลาที่ต้องหาความท้าทายใหม่ๆ กับที่อื่นแล้ว ขณะที่ ไรโอล่า ก็เคยพูดว่านักเตะในความดูแลของเขาอยากบอกลา แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนกัน ซึ่งมันมีข่าวลือด้วยว่า ไรโอล่า พยายามเดินเรื่องให้เกิดการย้ายทีมให้ได้ ทั้งนี้ เรอัล มาดริด กับ ยูเวนตุส คือทีมที่มีข่าวว่าสนใจจะคว้าตัว ป็อกบา ไปร่วมทัพ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหนจนกระทั่งตลาดของหลายลีกยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปปิดทำการไปเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มันก็มีการคาดกันว่าแข้งวัย 26 ปี อาจจะพยายามย้ายทีมอีกในอนาคต ปัจจุบัน ป็อกบา เหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 พร้อมกับมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญา 1 ปี แต่มันก็ยังไม่ชัวร์ว่าสุดท้ายแล้วจะมีการใช้อ็อปชั่นดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากอ็อปชั่นนั้นไม่ถูกใช้งาน มันก็หมายความว่าพอถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสก็จะเหลือสัญญาเพียง 1 ปี เท่านั้น และทำให้ "ปีศาจแดง" ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยากลำบากว่าจะขายเขา หรือเก็บเจ้าตัวเอาไว้กับทีมต่อ กระทั่งล่าสุด เลกิ๊ป ก็ระบุว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้พูดคุยเรื่องต่อสัญญาของ ป็อกบา กับเอเยนต์ของเจ้าตัวแล้ว โดยไม่มีการระบุว่ายอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมที่จะเพิ่มค่าเหนื่อยให้เขาเป็นเท่าไหร่ หลังจากปัจจุบันแข้งวัย 26 ปีฟันค่าเหนื่อยในเบื้องต้นอยู่ที่สัปดาห์ละ 290,000 ปอนด์ (ประมาณ 11.02 ล้านบาท) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สูญเสียความเป็นตัวเองไป นับตั้งแต่การก้าวลงจากตำแหน่งกุนซือของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อปี 2013 ซึ่งปัจจุบันนี้ที่มี โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพ แม้ผลงานของทีมยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ก็มีการส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับเรื่องการปั้นและผลักดันนักเตะดาวรุ่ง อย่างในตอนนี้ โซลชา ก็เริ่มให้โอกาสกับกลุ่มนักเตะแววดีจากอคาเดมี่ของสโมสรอย่าง เมสัน กรีนวู้ด, ทาฮิธ ชอง และ อังเคล โกเมส ได้โชว์ฝีเท้าบ้างแล้ว วันนี้เรามาส่องกันหน่อยว่า ดาวรุ่งจากทีมเยาวชน "ปีศาจแดง" อีก 5 รายที่อาจจะได้รับโอกาสจาก โซลชา ในเร็วๆ นี้ มีใครกันบ้าง - ดิลลอน โฮเกอแวร์ฟ (กองหน้า, 16 ปี) ถูก แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัวมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สดๆ ร้อนๆ ในช่วงซัมเมอร์ และมีชื่ออยู่ในทีมสำรองหรือทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ของ "ปีศาจแดง" ทันที โดยฤดูกาลที่แล้ว หัวหอกจอมพลิ้วชาวดัตช์รายนี้ กดไป 10 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ ในการเล่นให้ อาแจ็กซ์ ยู-17 - เทเดน เมนจี (เซนเตอร์แบ็ก, 17 ปี) ถึงแม้อายุแค่ 17 ปี แต่รูปร่างและความแข็งแกร่งของเด็กคนนี้ถือว่าเกินวัย เมนจี ถือเป็นเซนเตอร์แบ็กที่ฉลาดและมีไหวพริบดี มีชื่ออยู่ในทีมยู-23 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เรียบร้อย แถมถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ ยู-18 แล้วด้วย - อาร์เนา ปูอิกมาล (กองกลาง, 17 ปี) เด็กจากเมืองบาร์เซโลน่าคนนี้ เคยร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ภายใต้การนำทัพของ โซลชา มาแล้ว เรื่องฝีเท้าของเจ้าหนู ปูอิกมาล ถือว่าไม่ธรรมา เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่มีความสามารถหลากหลาย เพราะสามารถโยกไปเล่นเป็นแบ็กขวาได้ด้วย และเมื่อเร็วๆ นี้ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติสเปน ยู-17 เรียบร้อย แต่ปัญหาคือเจ็บบ่อย - โชล่า ชอร์ไทร์ (ปีก, 15 ปี) เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เจ้าหนู ชอร์ไทร์ ทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยสุดตลอดกาลที่ลงเล่นในศึก ยูฟ่า ยูธ ลีก และที่น่าทึ่งเข้าไปอีกคือ เวลานี้ ชอร์ไทร์ กลายเป็นขุนพลคนสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยู-18 ภายใต้การนำทัพของ นิคกี้ บัตต์ ไปแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ยังได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษ ยู-16 ด้วย - ชาร์ลี เวลเลนส์ (กองกลาง, 16 ปี) นี่คือเด็กที่ถูกจับตามองอย่างมาก เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่โดดเด่นเรื่องการทำประตู จนถูกยกให้เป็น "นิว พอล สโคลส์" เลยทีเดียว ตอนนี้ เวลเลนส์ เป็นกำลังหลักในทีมยู-18 ของ "ปีศาจแดง" ซึ่ง บัตต์ และอีกหลายๆ คนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กคนนี้น่าจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ความสำเร็จสร้างได้ด้วยเงิน ! นี่คือสิ่งที่ต้องยอมรับในโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน โดยเรื่องนี้มีความเป็นรูปธรรมเมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประสบความสำเร็จมากมายในช่วงที่ผ่านมา เพราะกล้าทุ่มเงินสร้างทีม และนั่นทำให้พวกเขาครองอันดับ 1 สโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่ารวมนักเตะสูงสุดในยุโรป ถึง 1.14 พันล้านปอนด์ (ราว 43,320 ล้านบาท) ประจำปี 2019 สำหรับอันดับ 2 เป็นของ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ซึ่งมีการทุ่มเงินซื้อ เอแด็น อาซาร์ และ ลูก้า โยวิช มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ที่มีมูลค่านักเตะในทีมรวมแล้วประมาณ 1.07 พันล้านปอนด์ (ราว 40,660 ล้านบาท) ขณะที่ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า รั้งอันดับ 3 ด้วยยอดเงินอยู่ที่ 1.03 พันล้านปอนด์ (ราว 39,140 ล้านบาท) ขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เจ้าของแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลล่าสุด รั้งอันดับ 4 ด้วยยอดเงิน 959.18 ล้านปอนด์ (ราว 36,448.84 ล้านบาท) ในส่วนของอันดับ 5 มีการเปลี่ยนมือเมื่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก้าวขึ้นมาแทน โดยพวกเขาเพิ่งคว้าตัว เมาโร่ อิการ์ดี้ มาจาก อินเตอร์ มิลาน ด้วยสัญญายืมตัว 1 ซีซั่นพร้อมออปชั่นซื้อถาวร 64 ล้านปอนด์ (ราว 2,432 ล้านบาท) มีมูลค่ารวมนักเตะพุ่งขึ้นมาถึง 949.5 ล้านปอนด์ (ราว 36,081 ล้านบาท) ด้าน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต้องหล่นมาอยู่อันดับ 6 ด้วยยอดเงินจำนวน 881.55 ล้านปอนด์ (ราว 33,498.9 ล้านบาท) ในส่วนของ เชลซี ซึ่งถูกแบนจากการตลาดพ่อค้าแข้ง 2 ช่วงเวลา (ซัมเมอร์และเดือนม.ค.นี้) สโมสร่วมกรุงลอนดอน ติดโผในอันดับ 10 ด้วยยอดเงินมูลค่าทีมประมาณ 697.5 ล้านปอนด์ (ราว 26,505 ล้านบาท) ในส่วนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งช่วงซัมเมอร์นี้ทุ่มเงินไม่ยั้งเช่นกันด้วยการคว้าตัว อารอน วาน-บิสซาก้า สนนราคา 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) และแฮร์รี่ แม็คไกวร์ กองหลังค่าตัวแพงสุดในโลก 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท) รั้งอันดับ 11 ด้วยมูลค่านักเตะรวม 644.63 ล้านปอนด์ (ราว 24,495.94 ล้านบาท) สำหรับ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ติดอันดับ 13 ด้วยยอดเงินประมาณ 570.38 ล้านปอนด์ (ราว 19,392.92 ล้านบาท) ด้าน อินเตอร์ มิลาน ที่มีการเสริมทัพอย่างการดึง โรเมลู ลูกากู หัวหอกเบลเยียม และ อเล็กซิส ซานเชซ ดาวยิงชิลีที่ยืมมาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด มียอดมูลค่ารวมผู้เล่นอยู่ที่ประมาณ 482.31 ล้านปอนด์ (ราว 18,327.78 ล้านบาท) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เนย์มาร์ สตาร์ค่าตัวมหาศาลคาดจะมีชื่อเพียงตัวสำรอง โดยมี โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เป็นศูนย์หน้าตัวหลักเกม "เซเลเซา" บราซิล พบ โคลอมเบีย ในศึกฟุตบอล กระชับมิตรทีมชาติ วันศุกร์ที่ 6 ก.ย. ศกนี้ (เช้าวันเสาร์ที่ 7 ก.ย. 2562, เวลา : 07.30 น.) ''เซเลเซา'' ลงเตะเกมล่าสุดคือนัดชิงโกปา อเมริกา ที่มาราคาน่า โดยเอาชนะ เปรู คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 9 ตีเต้ นายใหญ่วัย 58 ปี เรียกตัว เนย์มาร์ แนวรุกเปแอสเช มาติดทีมด้วย แม้ว่าจะไม่ได้ลงเล่นให้กับต้นสังกัดเลยแม้แต่เกมเดียวในซีซั่นนี้ เนื่องจากมีปัญหาคาราคาซังเรื่องโยกย้ายต้นสังกัด บราซิล กำลังวางแผนสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เป็นแผนการระยาวเตรียมความพร้อมสำหรับฟุตบอลโลกในอีก 2 ปีข้างหน้า ชูเอา มิรันด้า, ฟิลิปเป้ ลุยส์, แฟร์นันดินโญ่ และ วิลเลี่ยน ที่ต่างอายุเกิน 30 ไม่มีชื่อ เช่นเดียวกับ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูจาก ลิเวอร์พูล ที่ยังคงต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บ รวมถึง กาเบรียล เชซุส ดาวยิงแมนฯ ซิตี้ที่เจ็บแถมมีโทษแบนติดค้างมาจากโกปา อเมริกา นัดชิงที่โดนใบแดงแลวระเบิดอารมณ์ใส่หน้าจอวีเออาร์ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ คุมเกมกลางสนาม แนวรุก เนย์มาร์ น่าจะเป็นสำรองไปก่อน โดยมี ริชาร์ลิซอน และ ฟีร์มีโน่ นำทัพ ด้านโคลอมเบีย ลงเตะเกมทางการล่าสุดเสมอกับ ชิลี แบบไม่มีสกอร์ก่อนจะพ่ายในการดวลจุดโทษ ตกรอบ 8 ทีมโกปา อเมริกา คาร์ลอส เคยรอช นายใหญ่ชาวโปรตุกีส เรียกหน้าใหม่มาติดทีม 4 คน ได้แก่ อัลแดร์ คินตาน่า, เอแดร์ ชอกซ์ สองนายทวาร, ราฟาเอล ซานโต๊ส บอร์เร่ และ ไยโร่ โมเรโน่ สองกองหน้า อย่างไรก็ตาม ไม่มีชื่อของ ฮาเมส โรดรีเกซ เพลย์เมกเกอร์เรอัล มาดริด ที่บาดเจ็บ เช่นเดียวกับ ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าจอมเก๋าที่เพิ่งย้ายไปค้าแข้งกับ กาลาตาซาราย คาดว่าวันนี้แดนหน้าจะใช้เป็น ดูวาน ซาปาตา และ หลุยส์ มูเรียล สองกองหน้าจาก อตาลันต้า ลงล่าตาข่ายพร้อมกันเลย รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม บราซิล (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน - ดานี่ อัลเวส, ติอาโก้ ซิลวา, มาร์กินญอส, อเล็กซ์ ซานโดร - อาร์ตูร์, กาเซมิโร่ - กาเบรียล เชซุส, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, เอแวร์ตอน - โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เทรนเนอร์ : ตีเต้ โคลอมเบีย (4-3-3) : ดาวิด ออสปิน่า - สเตฟาน เมดิน่า, เยร์รี่ มีน่า, ดาวินซอน ซานเชซ, วิลเลี่ยม เตซิโย่ - ฮวน กวาดราโด้, วิลมาร์ บาร์ริออส, มาเตอุส อูริเบ - หลุยส์ มูเรียล, ดูวาน ซาปาตา, โรเจอร์ มาร์ติเนซ เทรนเนอร์ : คาร์ลอส เคยรอช เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

อันเดรีย เบล็อตติ กดสองตุงช่วย "อัซซูรี่" เก็บชัย 5 นัดรวดหลังอิตาลี ไล่ยิงแซงเจ้าถิ่น อาร์เมเนีย ที่เหลือผู้เล่น 10 คนท้ายครึ่งแรกไป 3-1 ในศึกฟุตบอล ชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เจ) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เจ) วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 อาร์เมเนีย 1 - 3 อิตาลี สนาม : วาซเก้น ซาร์จสยาน ทีมชาติอาร์เมเนียประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ 2 นัดแรก แต่ยังมาแก้ตัวเก็บชัยได้ใน 2 นัดหลัง ทำให้ยังไม่หมดหวังเข้ารอบซะทีเดียว ด้าน ''อัซซูรี่'' อิตาลี ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว ชนะมา 4 นัดรวด รั้งเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม เริ่มเกมมาได้เพียง 11 นาทีกลับเป็น อาร์เมเนีย ที่ออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะตัดบอลได้ของเจ้าถิ่นกว่าครึ่งสนามโดย ทิกราน บาร์เซกห์ยาน แล้วกระชากบอลจี้เข้าหาแดนอิตาลีก่อนจ่ายออกไปให้ อเล็กซานเดร คาราเพเทียน ที่วิ่งฉีกไปรับบอลทางฝั่งขวาแล้วซัดแบบไม่จับไปทางเสาไกลบอลพุ่งเสียบโคนเสาเข้าไปอย่างสวยงาม แต่อิตาลีที่โหมเกมบุกได้มากกว่ามาตีเสมอ 1-1 นาทีที่ 26 เป็น เอเมอร์สัน ที่หลุดขึ้นไปทางริมเส้นฝั่งซ้ายหักหลอกแผงหลังเจ้าบ้านหนึ่งจังหวะก่อนบรรจงเปิดบอลลอยข้ามหัวแข้งอาร์เมเนียเลยไปที่จุดนัดหมายให้ อันเดรีย เบล็อตติ ยืนแปด้วยเท้าขวาโล่งๆ ระยะไม่ถึง 5 หลายัดเยียดบอลเข้าไปกองก้นตาข่ายได้สำเร็จ ช่วงชดเชยเวลานาทีที่ 45+1 อาร์เมเนีย เหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ อเล็กซานเดร คาราเพเทียน ถูกใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามจากจังหวะขึ้นเบียดโหม่งแล้วไปใช้มือจงใจฟาดเข้าใส่หน้า เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กองหลังอิตาลี จบครึ่งแรก อิตาลี ไล่เสมอ อาร์เมเนีย 1-1 แถมได้เปรียบตัวผู้เล่นเมื่อเจ้าถิ่นต้องลงมาดวลครึ่งหลังเพียง 10 คนเท่านั้น มาต่อครึ่งหลัง ทัพ "อัซซูรี่" ที่ได้เปรียบตัวผู้เล่นและครองเกมบุกได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัดกว่าจะได้ประตูแซงนำ 2-1 ก็ปาไปนาทีที่ 77 จากจังหวะเปิดบอลยาวทางฝั่งขวาเกือบ 40 หลาของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ยัดเข้าไปในกรอบเขตโทษอาร์เมเนีย และเป็น ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาในครึ่งหลังวิ่งโฉบเข้าโขกบอลลงพื้นเข้าประตูไปอย่างสวยงาม อารัม อายราเพทยาน ผู้รักษาประตูอาร์เมเนียพยายามพุ่งปัดแต่ไม่ถึง อิตาลี มาได้ประตูย้ำชัย 3-1 นาทีที่ 80 สเตฟาโน่ เซนซี่ เลี้ยงจี้เข้าหากรอบเขตโทษอาร์เมเนียก่อนส่งบอลยัดไปให้ อันเดรีย เบล็อตติ ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวบังบอลแล้วพลิกตัวกดด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งแรงมุดโคนเสาแรกเข้าไป โดย อารัม อายราเพทยาน นายด่านเจ้าถิ่นได้เพียงรับโดยปลายมือเท่านั้น จบเกม อิตาลี บุกมาอัดแซง อาร์เมเนีย ที่เหลือ 10 คนไป 3-1 พร้อมเก็บชัย 5 นัดรวดรั้งจ่าฝูงกลุ่ม เจ ขณะที่ อาร์เมเนีย ต้องลุ้นต่อไป รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม อาร์เมเนีย (4-2-3-1) : อารัม อายราเพทยาน - โฮฟานเนส ฮัมบาร์ดซุมยาน, วารัซดาท ฮาโรยาน, อังเดร คาลิซีร์, คาโม โฮฟวานนิสยาน - อาร์ตัค กริกอร์ยาน (รัมยาน ฮอฟเซฟยาน น.57), คาร์เลน มเคียร์ชยาน - ทีกราน บาร์เซกห์ยาน (ซาร์กิส อดัมยาน น.57), เฮนริค มคิทาร์ยาน, เจวอร์ก กาซาร์ยาน (เอ็ดการ์ บาบายาน น.82) - อเล็กซานเดร คาราเพเทีย อิตาลี (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า - อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, อเลสซิโอ โรมันโนลี่, เอเมอร์สัน - นิโกโล่ บาเรลล่า (สเตฟาโน่ เซนซี่ น.69), จอร์จินโญ่, มาร์โก แวร์รัตติ - เฟเดริโก้ เคียซ่า (ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ น.61), อันเดรีย เบล็อตติ, ฟิลิปโป้ แบร์นาร์เดสคี่(เควิน ลาซากน่า น.83) ผู้ตัดสิน : ดาเนียล เซียเบิร์ต (เยอรมัน) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมซัดจุดโทษเปิดหัวพา "กระทิงดุ" สเปน บุกเฉือน โรมาเนีย 2-1 พร้อมเก็บไป 15 แต้มเต็มจากชัยชนะ 5 นัดรวด ในศึกฟุตบอล ชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เอฟ) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ฟุตบอล ชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เอฟ) วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 โรมาเนีย 1 - 2 สเปน โรมาเนีย เจ้าบ้านรั้งรองจ่าฝูงกลุ่มมี 7 คะแนนยังคงต้องลุ้นเข้ารอบเกมนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก ขณะที่ "กระทิงดุ" สเปน ครองหัวตารางมี 12 แต้มเต็มจากชัยชนะ 4 เกมรวด เกมดำนเนิมมาถึงนาทีที่ 27 สเปนขึ้นนำ 1-0 เมื่อได้ลูกที่จุดโทษจากจังหวะที่ ดานี่ เซบายอส โดนเตะด้านหลังดูภาพช้าเหมือนจะเป็นการพุ่งล้ม แต่กรรมการก็ยืนยันคำตัดสินดังกล่าว และเป็น เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ และจังหวะดังกล่าว รามอส ถูกใบเหลืองเมื่อไปทำท่าดีใจที่ไม่เหมาะสม สเปน ยังคงครองเกมบุกอย่างต่อเนื่องและได้ลุ้นอีกครั้งนาทีที่ 34 ฟาเบียน รุยซ์ บรรจงปั่นบอลทางฝั่งขวาของกรอบเขตโทษระยะประมาณ 25 หลาแต่ทิศทางไม่ดีเหินข้ามคานออกไปไกล นาทีต่อมาทัพกระทิงดุน่าได้ประตูนำห่างเมื่อได้โอกาสยิงแบบจ่อๆ ไม่ถึง 10 หลาโดย โรดริโก้ โมเรโน่ แต่ดันไปตรงตัว ซิเปรียน ตาตารูซานู นายด่านโรมาเนียที่ผวาปัดบอลออกไปได้ นาทีที่ 37 สเปนหวิดบวกสกอร์อีกครั้งเมื่อ ปาโก้ อัลกาเซร์ วิ่งเข้ามาแปบอลโล่งๆ แบบไร้ตัวประกบจากลูกเปิดเลียดด้านข้างแต่ดันกดไม่ลงบอลเหินข้ามคานออกไปอีกครั้ง จบครึ่งแรก สเปน บุกมานำ โรมาเนีย เจ้าบ้าน 1-0 โดยแข้งสเปนถูกเสียงโห่จากแฟนบอลโรมาเนียทุกจังหวะเมื่อจับบอลหลังจากได้ประตูแรกจากลูกจุดโทษที่น่ากังขา เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียงสองนาทีนาทีที่ 47 สเปนนำห่าง 2-0 จากจังหวะต่อบอลสุดสวยก่อนไปถึง จอร์ดี้ อัลบา ที่เติมขึ้นมาเปิดบอลริมเส้นฝั่งซ้ายให้ ปาโก้ อัลกาเซร์ ที่รอยืนแปโล่งๆ ตรงเส้นกรอบ 6 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย โรมาเนีย ได้ประตูตามมาเป็น 1-2 นาทีที่ 60 จากลูกโขกแบบจ่อๆ ของ ฟลอริน อันโดเน่ ที่เปิดมาจากด้านข้างฝั่งซ้ายโดย จอร์จ ปุสคัส ทำให้เสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง นาทีที่ 65 จอร์จ ปุสคัส ศูนยหน้าโรมาเนียได้จังหวะซัดไกลแต่ทิศทางไม่ได้บอลหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย นาทีต่อมา โรดริโก้ โมเรโน่ แข้งสเปนกระชากบอลจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษเจ้าถิ่นแล้วได้ยิงด้วยปลายเกือกแบบไม่ถนัดเมื่อโดนแข้งโรมาเนียเบียดเอาไว้ทำบอลไหลไปเข้ามือ ซิเปรียน ตาตารูซานู รับไว้ไร้ปัญหา นาทีที่ 79 สเปนเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ดีเอโก้ ยอเรนเต้ ไปเตะตัดฟาวน์ใส่ จอร์จ ปุสคัส ดาวยิงเจ้าถิ่นจากทางด้านหลังที่กำลังหลุดเดี่ยวเข้าไปทำประตู เดนิส อายเตคิน กรรมการชาวเยอรมันควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ต่อเนื่องจังหวฟรีคิกเป็น อานิส ฮากิ ตัวสำรองรับหน้าที่ยิงกลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลาแต่ไปติดกำแพงไม่ได้ลุ้น ผ่านพ้นมาถึงช่วยทดเจ็บนาทีที่ 90+1 โรมาเนีย เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ จอร์จ ปุสคัส หลุดเข้าไปซัดเต็มข้อแต่ไปติดเซฟของ เกป้า ที่ยืนปิดมุมได้ดีและปัดออกไปได้ จังหวะต่อเนื่องนาทีถัดเจ้าถิ่นน่าได้ประตูตีเสมอแบบสุดๆ เมื่อ จอร์จ ปุสคัส ได้ขึ้นโขกเต็มหัวระยะไม่ถึง 6 หลาแต่บอลดันไปตรงตัว เกป้า ที่ยังป้องกันไว้ได้อีกครั้ง จบเกม สเปน ที่เหลือ 10 คนช่วง 10 นาทีสุดท้ายยันสกอร์เดิมไว้ได้เป็นฝ่ายเอาชนะ โรมาเนีย 2-1 พร้อมเก็บไป 15 แต้มเต็มจากชัยชนะ 5 นัดรวด รายชื่อนักฟุตบอลทั้งสองทีม โรมาเนีย (5-3-2) : ซิเปรียน ตาตารูซานู - อลิน ทอสก้า, ดาร์กอส จิร์กอเร่, ชิริเชส, โยนุต เนเดลเซียรู, โรมาริโอ เบนซาร์ - นิโคเล สตานซิอู (อานิส ฮากิ น.63), ราซวาน มาริน, ชิเปรียน เดียค (อเล็กซานดรู มักซิม น.72) - เคลาดิอู เคเซรู (ฟลอริน อันโดเน่ น.56), จอร์จ ปุสคัส เทรนเนอร์ : คอสมิน คอนทร้า สเปน (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า - เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ รามอส, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, จอร์ดี้ อัลบา - ฟาเบียน รุยซ์, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ซาอูล ญีเกซ - โรดริโก้ โมเรโน่ (มิเกล โอยาร์ซาบัล น.71), ปาโก้ อัลกาเซร์ (มาริโอ เฮอร์โมโซ่ น.85), ดานี่ เซบายอส (ปาโบล ซาราเบีย น.77) เทรนเนอร์ : โรเบิร์ต โมเรโน่ ผู้ตัดสิน : เดนิส อายเตคิน (เยอรมัน) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

กิมนาเซีย ประกาศตั้ง ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นกุนซือคนใหม่ของทีมเรียบร้อย โดยสัญญามีผลจนถึงจบซีซั่นนี้เท่านั้น กิมนาเซีย สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศอาร์เจนตินา ประกาศว่าพวกเขาได้แต่งตั้งให้ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ เข้ามาเป็นเทรนเนอร์ของทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา มาราโดน่า มีปัญหาด้านหัวเข่าจนทำให้เขาต้องลาออกจากการคุม โดราโดส สโมสรในลีกระดับ 2 ของประเทศเม็กซิโกไปเมื่อช่วเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวก็รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นแล้ว โดยก่อนหน้านี้เขาก็สามารถเดินไปไหนมาไหนในโรงพยาบาลได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีกระแสข่าวลืออย่างหนักว่า มาราโดน่า กำลังจะไปกุมบังเหียน กิมนาเซีย โดยถึงแม้เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงว่าไม่ได้รับข้อเสนอจากทีมดังกล่าว แต่ มาติยาส มอร์ล่า ทนายความส่วนตัวของเขาออกมาบอกเองว่า "เสือเตี้ย" จ่อจะได้ไปทำงานกับที่นั่นจริงๆ และล่าสุดมันก็มีการแต่งตั้งเขาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยที่สัญญามีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ "ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า สตาร์ดังของโลกฟุตบอล ได้เซ็นสัญญากับเรา และเป็นโค้ชคนใหม่ของ กิมนาเซีย แล้ว โดยสัญญาจะมีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้" แถลงการณ์ของ กิมนาเซีย ระบุ ปัจจุบัน กิมนาเซีย อยู่ในอันดับสุดท้ายของลีก ด้วยผลงาน 1 คะแนน จากการลงเล่น 5 นัด ส่วนครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ที่ มาราโดน่า ทำงานในบ้านเกิดนั้น ได้แก่การเป็นผู้ช่วยของ เดปอร์ติโบ ริเอสตร้า ระหว่างปี 2013-17 แต่ถ้านับเฉพาะในฐานะกุนซือคือการคุมทีมชาติอาร์เจนตินาในปี 2008-10 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

การเเข่งฟุตบอล ยูโร 2020 รอบคัดเลือก กลุ่มเจ ที่ สนาม วาซเกน ซาร์กสยาน ระหว่าง อาร์เมเนีย ลงสนามพบ อิตาลี อิตาลีของกุนซือโรแบร์โต้ มันชินี่ ผลงานยอดเยี่ยมในยูโร 2020 รอบคัดเลือกกลุ่มเจ เมื่อเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด นัดนี้มาเยือนาร์เมเนียของเฮนริค มาร์คิทายาน ที่ผลงานดีอยู่อันดับ 3 ชนะ 2 แพ้ 2 นัดนี้มันชินี่ ขาดตัวเลือกไปหลายตำแหน่งเนื่องจากอาการบาดเจ็บ คู่เซ็นเตอร์แบ็ก อันเดรีย โรมันญอลี่ จึงได้เล่นกับเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ส่วน 3 ประสานในเกมรุกประกอบไปด้วย เฟเดริโก้ เคียซ่า, อันเดรีย เบลอตติ และเฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ผลปรากฏว่า เริ่มเกมมา 11 นาที อาร์เมเนีย ทำช็อคออกนำก่อน 1-0 จาก อเล็กซานเดร คาราเพ็ตยาน วซัดด้วยขวาเสียบเสาอย่างเด็ดขาด นาที 28 อิตาลีตามตีเสมอได้สำเร็จ จาก อันเดรีย เบล็อตติ ได้ชาร์จง่ายๆ ในกรอบ 6 หลา สกอร์กลับมาเป็น 1-1 ช่วงทดเจ็บ อเล็กซานเดร คาราเพ็ตยาน คนทำประตูให้อาร์เมเนียมาโดนเหลือง 2 กลายเป็นใบแดงหลังผู้ตัดสินมองว่าขึ้นโหม่งแล้วชักศอกใส่ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กองหลังอิตาลี ทำให้อาร์เมเนีย ต้องเหลือ 10 คน และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1 ครึ่งหลัง นาที 77 อิตาลี กลับแซงนำ 2-1 เมื่อ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ เปิดบอลยาวเข้าเขตโทษให้ ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ ตัวสำรองโขกเช็ดบางๆ ส่งบอลเสาเสาไกลเข้าไป สกอร์ไหลเป็น 3-1 ในนาที 80 เมื่อ สเตฟาน เซนซี่ อีกหนึ่งสำรองจ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ อันเดรีย เบล็อตติ จับแล้วพลิกยิงด้วยซ้ายบอลชนเสาก่อนเด้งโดนตัว อาราม อายราเพ็ตยาน นายทวารอาร์เมียแล้วเข้าประตูไป หมดเวลาการแข่งขัน อิตาลี บุกมาชนะ อาร์เมเนีย ที่เหลือ 10 คนไปได้ 3-1 ทำสถิติชนะรวด 5 นัดในกลุ่มเจ เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com