ข่าวเทคโนโลยีสารสนเทศ

ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโปรเจคที่ท้าทาย ถ่ายภาพและตัดต่อวิดีโอ หรือแม้แต่การเล่นเกมโปรด ซึ่ง กาแลคซี่ โน้ต 10 คือคำตอบเดียวที่จะตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างแน่นอน”
ดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนมากให้ความสำคัญกับดีไซน์การออกแบบที่ทันสมัย ไม่เพียงแค่ความรู้สึกต่อสัมผัสภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการใช้งาน ดังนั้นทุกองค์ประกอบของกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงถูกออกแบบมาให้มีความโฉบเฉี่ยว บางและเรียบง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ได้มุ่งความสนใจไปกับคอนเทนต์และใช้เวลากับการสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่
มีให้เลือก 2 ขนาด
เป็นครั้งแรกที่ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต มาพร้อมตัวเลือก 2 ขนาด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่มีขนาดพอดีในการใช้งานร่วมกับปากกาอัจฉริยะ S Pen ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถถือใช้งานได้อย่างง่ายดาย บนหน้าจอ Cinematic Infinity Display ขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.8 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่กาแลคซี่ โน้ตเคยมีมาก่อน
หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ถือเป็นเทคโนโลยีหน้าจอที่ดีที่สุดของซัมซุงในขณะนี้ ตั้งแต่โครงสร้างทางกายภาพไปจนถึงเทคโนโลยีเบื้องหลัง ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ดื่มด่ำไปกับซีรี่ส์ ภาพยนตร์ และเกมโปรดได้อย่างเต็มที่
ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบ (Edge-to-edge)
กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมหน้าจอ Cinematic Infinity Display แบบไร้ขอบ กล้องหน้าถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงและฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางเพื่อดีไซน์สมมาตร โดยหน้าจอแสดงผลนี้จะให้ภาพที่คมชัดสมจริงที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อระหว่างไอเดีย การรับชม และการลงมือสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ
หน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุด
หน้าจอ Dynamic AMOLED บนกาแลคซี่ โน้ต 10 คือนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลและเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของซัมซุง ทั้งยังได้รับการรับรอง HDR10+ และการปรับโทนภาพแบบอัตโนมัติ (Dynamic Tone Mapping) ทำให้รูปภาพและวิดีโอมีความสว่าง สีสันสดใส และมีเฉดสีที่มากขึ้นกว่าโน้ตรุ่นก่อนๆ นอกจากนี้ หน้าจอของกาแลคซี่ โน้ต 10 ยังผ่านการรับรองจาก UL ให้ความสม่ำเสมอของแสงและสีแม่นยำถึง 98% อีกทั้งเทคโนโลยีหน้าจอถนอมสายตา ช่วยลดแสงสีฟ้าโดยไม่ลดคุณภาพของสีภาพ
ฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลายเพื่อประโยชน์สูงสุด
ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต คือกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตและการทำงานในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งมองว่าสมาร์ทโฟนเป็นตัวช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ดังนั้นกาแลคซี่ โน้ต 10 จึงประกอบไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพอันทรงพลังในทุกๆ ด้าน ให้ผู้ใช้ทำงานได้อย่างเป็นอิสระตามแบบฉบับของตัวเองเพื่อประโยชน์สูงสุด
เปลี่ยนลายมือเป็นข้อความ
ในครั้งนี้ ความสามารถของ S Pen ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอ และเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้อย่างทันทีบน Samsung Notesพร้อมทั้งยังสามารถแปลงไฟล์ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Word หรือ PDF นอกจากนี้ยังสามารถปรับขนาดและเปลี่ยนสีของตัวอักษรได้ตามต้องการอีกด้วย
วิวัฒนาการของ S Pen
เทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ของ S Pen ที่นำเสนอเป็นครั้งแรกบนกาแลคซี่ โน้ต 9 ได้ถูกพัฒนาต่อยอดมาสู่กาแลคซี่ โน้ต 10 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ เพื่อช่วยให้การเล่นเกมหรือใช้งานแอพพลิเคชั่นโปรดผ่านการแสดงออกของท่าทางได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
Samsung DeX สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
Samsung DeX บนกาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาให้สมาร์ทโฟนสามารถทำงานร่วมกันกับ PC หรือระบบปฏิบัติการ MacOS ได้ง่ายขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน USB ที่รองรับ ผู้ใช้งานสามารถลากและวางไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ และใช้งานแอพพลิเคชั่นที่ชอบผ่านเมาส์และคีย์บอร์ด ในขณะเดียวกันยังป้องกันข้อมูลส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วย Samsung Knox
เชื่อมต่อกับ Windows
กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถเชื่อมต่อกับ Windows 10 ด้วย Quick Panel ได้โดยตรงด้วยคลิกเดียว ให้ผู้ใช้สามารถเห็นการแจ้งเตือน ส่งและรับข้อความ อีกทั้งดูรูปภาพได้โดยไม่ต้องละสายตามาที่โทรศัพท์
กล้องระดับโปรสำหรับครีเอเตอร์
กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนาขึ้นพร้อมกับเทคโนโลยีของกล้องถ่ายภาพที่ทำให้ภาพถ่ายออกมาราวกับมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์เหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์และผู้ใช้งานทุกคนให้เข้าถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในการเก็บภาพและวิดีโอ เพื่อให้คอนเทนต์บนช่องทางของพวกเขาโดดเด่นและน่าจับตามองขึ้นไปอีกขั้น
เทคโนโลยีการถ่ายวิดีโอระดับพรีเมียม
กาแลคซี่ โน้ต 10 ให้ผู้ใช้สามารถถ่ายวิดีโอออกมาได้อย่างมืออาชีพโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ เริ่มด้วยด้วยฟีเจอร์ Live Focus สามารถปรับความหน้าชัดหลังละลายของวิดีโอได้ มาพร้อมนวัตกรรม Zoom-In Mic ช่วยเน้นเสียงในเฟรมที่ต้องการให้ชัดขึ้น และในขณะเดียวกันช่วยลดเสียงของพื้นหลังออกไป และฟีเจอร์ Super Steady รูปแบบใหม่ที่ช่วยป้องกันการสั่นไหวของวิดีโอ ซึ่งสามารถใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวในโหมด Hyperlapse ได้อีกด้วย
ตัดต่อวิดีโอได้ง่ายและรวดเร็ว
หลังจากบันทึกวิดีโอแล้ว สามารถตัดต่อและปรับแต่งวิดีโอขั้นพื้นฐานบนกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้ทันทีด้วย Video Editor โดยสามารถใช้งานร่วมกับปากกา S Pen เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการปรับแต่งและเลือกเฟรมที่ต้องการแทนการใช้มือสัมผัส สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการการตัดต่อที่ซับซ้อนขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 ยังมี Adobe Rush ที่มาพร้อมชุดเครื่องมือตัดต่อวิดีโอระดับมือโปร
บันทึกวิดีโอหน้าจอ
สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองขณะสตรีมมิ่ง หรือบล็อกเกอร์ที่อยากสร้างคอนเทนต์ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น กาแลคซี่ โน้ต 10 นำเสนอฟีเจอร์ Screen Recorderที่ช่วยบันทึกภาพที่อยู่บนหน้าจออย่างง่ายดาย ใช้โหมด Picture-in-Picture เพื่อเพิ่มรีแอคชั่น และใช้ S Pen เพิ่มลูกเล่นบนวิดีโอได้
AR Doodle และ 3D Scanner
เทคโนโลยี AR และ 3D ถูกพัฒนาอยู่ในกล้องของกาแลคซี่ โน้ต 10 รวมไปถึงกล้อง Ultra Wide เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน โดยสามารถเพิ่มเอกลักษณ์ของตัวเองโดยการใช้ S Pen ในการสร้างสรรค์รูปภาพ วาดเอฟเฟค หรือภาพเคลื่อนไหวลงบนภาพถ่ายได้ด้วย AR Doodle นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3D Scanner เป็นครั้งแรกที่กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส จะมาพร้อมกับกล้อง DepthVision ที่สามารถสแกนวัตถุและเปลี่ยนให้เป็นภาพเคลื่อนไหว 3 มิติได้
โหมดถ่ายภาพกลางคืน
มื่อต้องการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร คอนเสิร์ต หรือแม้แต่ระหว่างการชมพระอาทิตย์ตกดิน โหมดถ่ายภาพกลางคืน หรือ Night Mode พร้อมใช้งานบนกล้องหน้า เพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายเซลฟี่ที่สมบูรณ์แบบได้ทุกที่ทุกสถานการณ์
ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นเพื่อผู้ใช้งาน
ผู้ใช้งานกาแลคซี่ โน้ต มักจะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนที่นอกเหนือไปจากการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน อาทิ ใช้เพื่อทำงาน ใช้ตัดต่อวิดีโอลงบนช่องทางโซเชียลมีเดีย ใช้สร้างงานศิลปะผ่าน S Pen เป็นต้น จึงเป็นเหตุผลให้กาแลคซี่ โน้ต 10 ถูกพัฒนามาพร้อมกับฮาร์ดแวร์ระดับสูงและฟีเจอร์ที่เหนือกว่าที่เคยมีมา
Super Fast Charging
ด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที กาแลคซี่ โน้ต 10 พลัส สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน รองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 45W ด้วยที่ชาร์จแบบมีสาย
Wireless PowerShare
ผู้ใช้งานสามารถนำ กาแลคซี่ วอทช์, กาแลคซี่ บัดส์, หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับระบบ Qi มาชาร์จแบบไร้สายกับกาแลคซี่ โน้ต 10 ได้
เกมมิ่ง
เนื่องจากโมบายเกมมิ่งในปัจจุบันใช้การประมวลภาพกราฟฟิกที่สูงมาก เหล่าเกมเมอร์จึงต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปคทรงพลัง กาแลคซี่ โน้ต 10 มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบายความร้อนที่บางที่สุดในโลก (Vapor Chamber Cooling System) เพื่อมอบประสิทธิภาพในการการเล่นเกมที่ดีที่สุดบนอุปกรณ์ที่มีความโฉบเฉี่ยวและเพรียวบาง และด้วยนวัตกรรม AI ใน Game Booster ทำให้สามารถเพิ่มและลดการใช้พลังงานในแต่ละเกมได้
Hyper-fast Speed
ผู้ใช้กาแลคซี่ โน้ต 10 สามารถสัมผัสประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เร็วที่สุดของผู้ให้บริการเครือข่ายได้ผ่านตัวเลือกของสัญญานในรูปแบบ LTE
บนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ คือบริการจากซัมซุงที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อถึงกันและสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานกาแลคซี่ บริการ Samsung Pay มอบทางเลือกในการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย Samsung Health ช่วยติดตามและช่วยให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างราบรื่น และ Samsung Knox โซลูชั่นที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Bixby หรือแพลตฟอร์มอัจฉริยะของซัมซุง
ที่ช่วยรองรับการใช้งานและใช้ชีวิตได้ง่าย เป็นระเบียบ และเชื่อมกันได้มากยิ่งขึ้น

เครดิต : (INNnews) https://www.innnews.co.th

สมาร์ตโฟนคือหน้าต่างในการติดต่อกับโลกกว้างของใครหลายคน แต่ถ้ามันเป็นหน้าต่างที่เปิดให้คนภายนอกเข้ามายุ่มยามในชีวิตส่วนตัวของคุณล่ะ?
คุณเคยคิดบ้างไหมว่า อาจจะมีสายลับแฝงตัวอยู่ในกระเป๋าของคุณ
ลองจินตนาการว่า แฮ็กเกอร์สามารถติดตั้งสปายแวร์ลงในโทรศัพท์ของคุณจากระยะไกลได้ ทำให้พวกเขาเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างในโทรศัพท์ของคุณ รวมถึงข้อความที่เข้ารหัส อาจจะถึงขั้นควบคุมไมโครโฟนและกล้องได้ด้วย
เหตุการณ์เช่นนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดูไกลเกินความเป็นจริงก็ได้ เรามีหลักฐานสำคัญที่ระบุว่า มีการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแกะรอยผู้สื่อข่าว นักเคลื่อนไหว และทนายความ จำนวนมากทั่วโลก
แต่ใครที่ทำเรื่องแบบนี้ และเหตุผลคืออะไร? เราจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อป้องกันปัญหานี้
ไมก์ เมอร์เรย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ของ Lookout ในนครซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นบริษัทที่ช่วยเหลือรัฐบาลต่าง ๆ ภาคธุรกิจและผู้บริโภคในการรักษาข้อมูลของตัวเองให้ปลอดภัย
เขาเล่าถึงวิธีการทำงานของ ซอฟต์แวร์สอดแนมที่ชาญฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีการพัฒนาขึ้น ซอฟต์แวร์นี้ทรงพลังมากจนได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาวุธอย่างหนึ่ง และการซื้อขายต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด ไมก์ บอกว่า "ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์นี้ สามารถแกะรอยคุณได้ด้วยจีพีเอสของคุณ"
"พวกเขาสามารถเปิดไมโครโฟนและกล้องเมื่อไหร่ก็ได้ และบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณ มันแอบเข้าแอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดียที่คุณมีทุกแอปฯ ได้ด้วย มันขโมยภาพถ่ายและหมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลในปฏิทินของคุณได้ รวมถึงอีเมลและเอกสารทุกอย่างที่คุณมี"
"มันเปลี่ยนโทรศัพท์ของคุณให้เป็นอุปกรณ์ดักฟัง ที่พวกเขาใช้แกะรอยคุณได้ และขโมยข้อมูลทุกอย่างในนั้น"
สปายแวร์ เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว เป็นการเปิดทางสู่โลกใบใหม่
ซอฟต์แวร์นี้ ไม่ได้สกัดข้อมูลที่อยู่ระหว่างทาง ซึ่งปกติจะถูกเข้ารหัสไว้แล้ว แต่เมื่อมีสปายแวร์อยู่ในเครื่อง มันจะใช้ประโยชน์จากหน้าที่การทำงานต่าง ๆ ของโทรศัพท์ได้ เทคโนโลยีนี้มีความก้าวหน้ามาก และแทบจะไม่สามารถตรวจจับได้เลย
บล็อกเกอร์อังกฤษตกเป็นเป้าหมาย
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า ใครอยู่เบื้องหลังอีเมล์ที่ถูกส่งมา
โรรี โดนากี เป็นบล็อกเกอร์ ที่ก่อตั้งกลุ่มรณรงค์ตะวันออกกลางและจัดทำเว็บไซต์ขึ้น เขารายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งแต่การปฏิบัติต่อแรงงานอพยพไปจนถึงนักท่องเที่ยวที่มีปัญหาด้านกฎหมาย
มีคนติดตามอ่านเรื่องที่เขาเขียนไม่กี่ร้อยคน และพาดหัวเรื่องของเขาก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากกว่าไปที่เห็นตามข่าวต่าง ๆ ในแต่ละวัน เมื่อเขาย้ายไปทำงานให้กับเว็บไซต์ข่าว มิดเดิล อีสต์ อาย (Middle East Eye) ก็ได้เกิดเรื่องไม่ชอบมาพากลขึ้น เขาเริ่มได้รับอีเมลแปลก ๆ จากคนที่ไม่รู้จัก และในอีเมลมีลิงก์แนบมาด้วย
โรรี ส่งต่ออีเมลที่น่าสงสัยนี้ให้กับกลุ่มวิจัยที่ชื่อว่า ซิติเซน แล็บ (Citizen Lab) ที่มหาวิทยาลัยโทรอนโต ซึ่งเป็นกลุ่มที่ช่วยตรวจสอบการสอดแนมดิจิทัลต่อผู้สื่อข่าวและคนที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน พวกเขายืนยันว่า ลิงก์ในอีเมลดังกล่าวจะทำให้เขาดาวน์โหลดมัลแวร์เข้ามาในเครื่อง และยังช่วยแจ้งผู้ส่งอีเมลด้วยว่า เขามีโปรแกรมต้านไวรัสชนิดไหนอยู่ในเครื่องบ้าง เพื่อที่จะทำให้เครื่องตรวจไม่พบมัลแวร์นั้น ซึ่งเป็นวิธีที่ชาญฉลาดมาก คนที่พยายามสอดแนมโรรีอยู่ปรากฎว่า เป็นบริษัทสอดแนมทางไซเบอร์ที่ร่วมงานกับรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในกรุงอาบูดาบี ซึ่งช่วยจับตามองกลุ่มต่าง ๆ ที่รัฐบาลเชื่อว่า เป็นพวกสุดโต่งและมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ
พวกเขาถึงขั้นตั้งชื่อรหัสเรียกบล็อกเกอร์อังกฤษที่ไม่ได้มีผู้ติดตามมากคนนี้ว่า "จิโร" (Giro) ด้วย และได้จับตามองสมาชิกในครอบครัวของเขา รวมถึง การเคลื่อนไหวของเขาทุกอย่าง
นักเคลื่อนไหวสิทธิพลเมืองที่ตกเป็นเป้า
ระวังเวลาจะแตะอะไรบนหน้าจอ อาห์เหม็ด มันซูร์ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองที่เคยได้รับรางวัลและเป็นที่รู้จัก ตกเป็นเป้าหมายในการสอดแนมของรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มานานหลายปี ในปี 2016 เขาได้รับข้อความน่าสงสัย เขาจึงได้ส่งต่อไปให้กับ ซิติเซน แล็บ ทีมงานวิจัยได้ลองใช้ไอโฟนที่ไม่มีข้อมูลสำคัญอยู่ในเครื่อง คลิกที่ลิงก์ และสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขาตกตะลึง ไอโฟนถูกควบคุมจากระยะไกล และข้อมูลถูกส่งออกไปจากเครื่อง
ไอโฟน เป็นหนึ่งในโทรศัพท์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในตลาด แต่สปายแวร์ดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่ชาญฉลาดที่สุดในบรรดาซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกันเท่าที่มีคนเคยพบเห็น ยังสามารถพบจุดบกพร่องในระบบของแอปเปิลได้ ทำให้แอปเปิลต้องอัปเดตไอโฟนทุกเครื่องในโลก
ขณะนี้ยังไม่มีความแน่ชัดว่า มีข้อมูลใดที่หลุดไปจากโทรศัพท์ของมันซูร์บ้าง แต่เขาถูกจับกุมตัวในเวลาต่อมา และถูกจำคุก 10 ปี ขณะนี้เขาถูกแยกขังเดี่ยว
สถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในกรุงลอนดอน บอกกับบีบีซีว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยึดมั่นในมาตรฐานสากลและกฎหมายภายในประเทศอย่างเข้มงวด แต่เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ทางการจะไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของข่าวกรอง...
ผู้สื่อข่าวที่ตกเป็นเป้า
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามีคนที่ไม่รู้จักลอบฟังบทสนทนาของคุณ ในเดือน ต.ค. 2018 จามาล คาชูจกิ ผู้สื่อข่าว เดินเข้าไปในสถานทูตซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูล จากนั้นก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลย เขาถูกสังหารโดยสายลับของรัฐบาลซาอุฯ โอมาร์ อับดุลอาซิซ เพื่อนของเขา พบว่าโทรศัพท์ของเขาถูกแฮ็ก โดยเขากล่าวหาว่า เป็นฝีมือของรัฐบาลซาอุฯ โอมาร์ เชื่อว่า การแฮ็กนี้มีส่วนสำคัญที่นำไปสู่การสังหารนายคาชูจกิ พวกเขาติดต่อกันเป็นประจำ และเคยหารือกันเกี่ยวกับเรื่องการเมืองและโครงการที่ทำร่วมกันหลายครั้ง
รัฐบาลซาอุฯ รับทราบถึงการหารือนี้และยังเข้าถึงการส่งเอกสารหรือไฟล์ต่าง ๆ ที่ทั้งสองคนส่งหากันมาเป็นเวลานานแล้ว รัฐบาลซาอุฯ ระบุว่า มีซอฟต์แวร์ที่มุ่งร้ายตามโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก และมีการส่งต่อหมุนเวียนกันไป ไม่มีหลักฐานใดที่ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียอยู่เบื้องหลัง
การแฮ็กที่เกิดขึ้นใกล้ตัวคุณ
"เทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้การคลิก" อาจเป็นการเปิดช่องให้เข้าสู่ซอฟต์แวร์ของโทรศัพท์ได้ง่ายที่สุด ในเดือน พ.ค. 2019 มีเหตุล่วงละเมิดด้านความปลอดภัยของแอปพลิเคชันวอตส์แอปป์ที่โด่งดังเกิดขึ้น ปกติคนจำนวนมากใช้แอปฯ นี้ ในการพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ทั่วไปในชีวิตประจำวัน หากคุณคิดว่า การแฮ็กที่เกิดขึ้น คือ การมีคนมาแอบฟังเวลาคุณโทรคุยผ่านวอตส์แอปป์ อาจจะต้องคิดใหม่
แอปฯ นี้ เป็นเพียงจุดที่เปิดช่องให้เข้าซอฟต์แวร์ของโทรศัพท์เท่านั้น เมื่อเปิดแอปฯ แฮ็กเกอร์จะสามารถดาวน์โหลดสปายแวร์เข้าเครื่องได้ ผู้รับไม่ต้องคลิกลิงก์ใด ๆ ทั้งสิ้น โทรศัพท์จะถูกเจาะเข้าระบบได้ด้วยการใช้แอปฯ นี้โทรออกและวางสาย การแฮ็กเช่นนี้ รู้จักกันในชื่อว่า เทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้การคลิก หรือ ซีโรคลิกเทคโนโลยี (zero click technology)
วอตส์แอปป์ต้องรีบแก้ไขปัญหานี้ให้แก่ผู้ใช้งาน 1,500 ล้านคน แต่ไม่มีใครรู้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการแฮ็กนี้คือใคร ครั้งนี้วอตส์แอปป์ถูกโจมตี แต่ครั้งต่อไปจะถึงคราวของแอปฯ ไหน และใครที่ทำแบบนั้น
สู้กลับ
ใครต้องรับผิดชอบต่อการนำสปายแวร์ไปใช้งานในทางที่ผิด ผู้พัฒนาสปายแวร์ยังคงให้บริการและซ่อมแซมสปายแวร์ให้หลังการขาย
ผู้พัฒนาสปายแวร์ประเภทนี้จำเป็นต้องมีใบอนุญาตส่งออกพิเศษ เช่นเดียวกับสัญญาด้านกลาโหม ต้องซื้อขายกันเพื่อวัตถุประสงค์ในการหยุดยั้งอาชญากรอันตรายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ ซิติเซน แล็บ ได้รวบรวมเอกสารที่พวกเขาเชื่อว่า รัฐบาลที่ซื้อสปายแวร์นี้มาใช้ นำมันไปใช้งานในทางที่ผิด ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ควรจะต้องรับผิดชอบต่อการล่วงละเมิดเหล่านี้ด้วยหรือไม่
ซอฟต์แวร์นี้ต่างไปจากอาวุธอื่น ๆ อย่างปืน เมื่อขายไปแล้ว ผู้พัฒนายังคงให้บริการและซ่อมแซมสปายแวร์ให้หลังการขาย ดังนั้นพวกเขาควรจะถูกตำหนิด้วยหรือไม่ หากซอฟต์แวร์ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดขึ้น
ผู้เล่นสำคัญในตลาดระบบการตรวจสอบข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้องตามกฏหมาย (lawful interception) คือ บริษัทของอิสราเอลที่ชื่อว่า เอ็นเอสโอ กรุ๊ป (NSO Group) ซึ่งอยู่ในวงการนี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว และทำเงินได้หลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ทนายความของอับดุลอาซิซ กำลังฟ้องร้องบริษัทนี้ว่า โจรกรรมข้อมูลในโทรศัพท์ของลูกความของเขา
เรื่องนี้จะช่วยกำหนดว่า บริษัทซอฟต์แวร์ควรจะมีบทบาทอย่างไร เมื่อซอฟต์แวร์ถูกขายออกไป เอ็นเอสโอปฏิเสธการขอสัมภาษณ์ แต่ในแถลงการณ์ได้ระบุว่า เทคโนโลยีของทางบริษัทได้ให้เครื่องมือในการป้องกันและสอบสวนอาชญากรรมร้ายแรงแก่ทางหน่วยงานของรัฐที่ได้รับอนุญาต เทคโนโลยีของทางบริษัทได้ช่วยชีวิตผู้คนไว้แล้วจำนวนมาก
ขณะที่ ทนายความของอับดุลอาซิซ เริ่มได้รับโทรศัพท์ลึกลับผ่านทางวอตส์แอปป์
อีกนานแค่ไหน จึงจะตรวจจับสปายแวร์ไม่ได้เลย
หากได้รับข้อความหรืออีเมลจากคนที่ไม่รู้จัก อย่าคลิกลิงก์เด็ดขาด เป้าหมายสูงสุดของอุตสาหกรรมระบบการตรวจสอบข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้องตามกฏหมาย คือการพัฒนาสปายแวร์ที่ไม่สามารถถูกตรวจจับได้ 100%
ถ้าพวกเขาทำสำเร็จ จะไม่มีใครแจ้งการล่วงละเมิดได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่ามีการล่วงละเมิดเกิดขึ้น เราจะต้องอยู่ในกำมือของผู้พัฒนาสปายแวร์ ไม่ว่าเขาจะใช้มันอย่างถูกกฎหมายหรือไม่
ฟังดูเหมือนเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง เจมส์ บอนด์ แต่นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในโลกใหม่นี้ การคุกคามมีอยู่จริง และเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องคำนึงถึงในอนาคต

เครดิต : (BBC) https://www.bbc.com/thai

หัวเว่ยเปิดตัว Ascend 910 โพรเซสเซอร์ AI ที่ทรงพลังที่สุดในโลก และ MindSpore เฟรมเวิร์กการประมวลผล AI สำหรับทุกสถานการณ์
“โครงการของเรามีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ที่เราประกาศกลยุทธ์ที่มุ่งเน้น AI ไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว” มร. อีริค สวี่ ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระ กล่าว “ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เราได้ให้สัญญาไว้ว่าจะสร้างพอร์ตโฟลิโอ AI ที่ครบวงจรสำหรับทุกสถานการณ์ และวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว ด้วยการเปิดตัว Ascend 910 และ MindSpore การเปิดตัววันนี้นับเป็นความสำเร็จอีกขั้นจากกลยุทธ์ AI ของหัวเว่ย”
มร. อีริค สวี่ ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระ ประกาศการเปิดตัว Ascend 910 โพรเซสเซอร์ AI และ MindSpore เฟรมเวิร์กการประมวลผล AI
Ascend 910
ประสิทธิภาพในการประมวลผลที่เหนือกว่าโพสเซสเซอร์ AI ทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้ Ascend 910 เป็นโพสเซสเซอร์ AI ใหม่จากชิปเซ็ตในซีรีส์ Ascend-Max ของหัวเว่ย โดยหัวเว่ยได้ประกาศสเปกที่คาดไว้ของโพสเซสเซอร์ตัวนี้ในงานหัวเว่ย คอนเน็กต์ 2018 หลังจากที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าโพรเซสเซอร์ Ascend 910 บรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพโดยใช้พลังงานน้อยกว่าที่คาดไว้มาก
ในการทดสอบจำนวนจุดลอยตัวแบบฮาล์ฟ เพรซิชั่น (FP16) Ascend 910 ทำความเร็วเท่ากับ 256 เทราฟล็อปส์ และทำความเร็วเท่ากับ 512 เทราฟล็อปส์ สำหรับการคำนวณอินเทอเจอร์ เพรซิชั่น (INT8) นอกจากประสิทธิภาพจะเหนือกว่าแบบเทียบกันไม่ติดแล้ว อัตราการใช้พลังงานสูงสุดของ Ascend 910 ยังอยู่ที่ 310 วัตต์อีกด้วย ซึ่งน้อยกว่าสเปกที่คาดการณ์ไว้ที่ 350 วัตต์
“Ascend 910 ทรงพลังกว่าที่เราคิดไว้มาก” มร. สวี่ กล่าว “พลังในการประมวลผลของตัวนี้นั้นเหนือกว่าโพสเซสเซอร์ AI ตัวอื่นๆ ในโลกแบบไม่ต้องสงสัย”
Ascend 910 นำมาใช้ในการเทรนโมเดล AI ในเซสชันการเทรนปกติโดยอิงจาก ResNet-50 เมื่อใช้ Ascend 910 และ MindSpore ร่วมกัน การเทรนโมเดล AI จะเร็วขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับการ์ดการเทรนอื่นๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายผ่าน TensorFlow
ในอนาคต หัวเว่ยจะยังลงทุนกับโพรเซสเซอร์ AI เพื่อมอบพลังการประมวลผลที่สมบูรณ์ เข้ากับทุกสถานการณ์ และมีราคาที่เหมาะสม ตลอดจนตอบสนองความต้องการในสถานการณ์ที่หลากหลาย (เช่น เอจคอมพิวติ้ง การประมวลผลในยานพาหนะสำหรับการขับขี่อัตโนมัติ และการเทรนโมเดล)
หลังจากที่เปิดตัวไปก็เริ่มมีการใช้งาน Ascend 310 ในผลิตภัณฑ์และบริการคลาวด์รูปแบบต่างๆ เช่น โมบายดาต้าเซ็นเตอร์ (MDC) ของหัวเว่ย ซึ่งใช้ Ascend 310 ก็ได้ให้บริการแก่ผู้ผลิตยานพาหนะชั้นนำหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ชัทเทิลบัส ยานพาหนะพลังงานใหม่ และการขับขี่อัตโนมัติ ตอนนี้ การ์ดและเซิร์ฟเวอร์เร่งความเร็วในซีรีส์ Atlas ที่ขับเคลื่อนโดย Ascend 310 นั้นเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชันในอุตสาหกรรมนับสิบรายการ (เช่น ระบบขนส่งแบบสมาร์ทและสมาร์ทกริด) ซึ่งพัฒนาโดยพันธมิตรหลายสิบราย
Ascend 310 ยังเข้ามามีส่วนช่วยบริการหัวเว่ยคลาวด์ ในด้านการวิเคราะห์รูปภาพ การแปลงภาพเอกสารให้กลายเป็นข้อความ (OCR) และการวิเคราะห์วิดีโออัจฉริยะ ตอนนี้มี API กว่า 50 รายการที่ใช้บริการเหล่านี้ ณ ตอนนี้ จำนวนการเรียก API ต่อวันมีจำนวนเกิน 100 ล้านครั้งแล้ว และคาดว่าจะเป็น 300 ล้านครั้งภายในสิ้นปี 2019 มีบริษัทกว่า 100 แห่งที่กำลังใช้ Ascend 310 เพื่อพัฒนาอัลกอริทึมของตนเอง

ModelArts ของหัวเว่ยมอบบริการการพัฒนาโมเดลที่ทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล การพัฒนาโมเดล ไปจนถึงการเทรนและการนำโมเดลไปใช้งาน ณ ตอนนี้ มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์กว่า 30,000 รายที่ใช้ ModelArts จัดการการเทรนกว่า 4,000 งานต่อวัน (รวมทั้งหมด 32,000 ชั่วโมงการเทรน) จากงานทั้งหมด มีงาน 85% ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลภาพ 10% เป็นการประมวลผลข้อมูลเสียง และ 5% เกี่ยวข้องกับแมชชีนเลิร์นนิง
ด้วยการเปิดตัว Ascend 910 และ MindSpore หัวเว่ยได้เผยให้เห็นองค์ประกอบหลักของพอร์ตโฟลิโอ AI แบบครบวงจรสำหรับการใช้งานทุกสถานการณ์ “ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน เราได้ให้สัญญาไว้ว่าจะสร้างพอร์ตโฟลิโอ AI ที่ครบวงจรสำหรับทุกสถานการณ์ และวันนี้เราทำสำเร็จแล้ว” มร. สวี่ กล่าว การเปิดตัวในวันนี้เป็นก้าวใหม่ที่สำคัญในโรดแมปด้าน AI ของหัวเว่ย และยังเป็นดั่งการเริ่มต้นใหม่อีกด้วย
ในช่วงท้ายของการนำเสนอ มร. สวี่ กล่าวเสริมว่า หัวเว่ยจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ AI ที่สะเทือนวงการเพิ่มอีกที่งานสัมมนาที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่าง หัวเว่ย คอนเน็กต์ 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ตั้งแต่ 18-20 กันยายน 2019 หัวเว่ยจะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตร เพื่อการมีการใช้งาน AI ในวงกว้างและทำให้คนเข้าถึง AI ได้ง่ายขึ้น พร้อมนำประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่คนทุกคน บ้านทุกหลัง และองค์กรทุกแห่ง

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

บริษัท Boring Co ของมหาเศรษฐีนักพัฒนาเทคโนโลยี อิลอน มัสก์ หาเงินลงทุนได้เพิ่มอีก $117 ล้านดอลลาร์ในการระดมทุนครั้งล่าสุด โดยมาจากนักลงทุนที่ไม่เปิดเผยชื่อ 20 รายด้วยกัน จากการเปิดเผยของบริษัทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ Boring Co เคยระดมทุนได้มาแล้ว 112 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ซึ่งมัสก์เป็นผู้ลงทุนราว 90% ของเงินจำนวนดังกล่าว
Boring Co
คือบริษัทที่ อิลอน มัสก์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ขุดเจาะอุโมงค์สำหรับระบบขนส่งใต้ดินความเร็วสูงแห่งอนาคตที่เรียกว่า Hyperloop ที่มีเป้าหมายสร้างระบบขนส่งความเร็วสูงที่ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Boring Co ได้สร้างอุโมงค์ทดลองเสร็จสิ้นไปแล้วที่เมืองฮอว์ธอร์น รัฐแคลิฟอร์เนีย และมีแผนจะก่อสร้างอุโมงค์เพิ่มที่นครชิคาโกและนครลาสเวกัสเร็วๆ นี้
Hyperloop คือระบบท่อขนส่งแรงดันต่ำที่ใช้ยานพาหนะคล้ายแคปซูลในการเดินทางภายในท่อนั้น ทำให้เดินทางได้เร็วเพราะมีแรงต้านทานน้อย และประหยัดพลังงาน โดยตัวท่อจะมีทั้งส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินและอยู่ใต้ดิน
อิลอน มัสก์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า Tesla และบริษัทด้านอวกาศ SpaceX ด้วยนั้น ระบุว่า ระบบรถด่วน Hyperloop จะสามารถสร้างสถิติโลกขึ้นมาใหม่สำหรับการเดินทางภาคพื้นดิน ด้วยความเร็วใกล้เคียง 1,200 กม./ชม.
นั่นหมายความว่า ระยะทางจากนครลอสแองเจลลีสไปนครลาสเวกัส ที่ปกติแล้วใช้เวลาขับรถราว 4 ชม. จะย่นเหลือเพียง 30 นาทีหากเดินทางด้วย Hyperloop

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

บริษัทซิโนยีน ไบโอเทคโนโลยี (Sinogene Biotechnology) ธุรกิจเอกชนด้านเทคโนโลยีชีวภาพของจีน เปิดตัวลูกแมวชื่อ "ต้าซ่วน" หรือ "น้องกระเทียม" ซึ่งเป็นแมวที่โคลนได้สำเร็จเป็นตัวแรกของประเทศ ทั้งยังเผยแผนการพัฒนาธุรกิจโคลนสัตว์เลี้ยงซึ่งกำลังเป็นที่นิยมให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น โดยจะเร่งวิจัยเพื่อหาทาง "โอนถ่ายความทรงจำ" จากสัตว์ตัวต้นแบบมาสู่ตัวโคลนให้ได้ในอนาคต
หนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของทางการจีนรายงานว่า ทางบริษัทซิโนยีนฯ ได้แถลงถึงแผนการที่เตรียมจะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) รวมทั้งระบบ Human - Machine Interface (HMI) ซึ่งเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างคนและเครื่องจักร มาใช้เก็บข้อมูลความทรงจำของสัตว์เลี้ยงตัวต้นแบบ หรือแม้กระทั่งถ่ายโอนความทรงจำดังกล่าวให้กับสัตว์ที่โคลนจากตัวต้นแบบได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทไม่ได้ชี้แจงในรายละเอียดว่าการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่ปรากฏว่าการถ่ายโอนความทรงจำในสิ่งมีชีวิตนั้นสามารถทำได้
นายไหล เหลียงเสวีย หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ของบริษัทซิโนยีนฯ บอกว่า สัตว์ที่เกิดจากการโคลนนั้นแม้จะมีรูปร่างหน้าตาและข้อมูลทางพันธุกรรมเหมือนกับสัตว์ตัวต้นแบบทุกประการ แต่ก็มีบุคลิก อารมณ์ความรู้สึก และลักษณะนิสัยที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งความแตกต่างตรงนี้เจ้าของสัตว์เลี้ยงบางคนที่นำสัตว์ตัวโปรดมาโคลนทำสำเนาเอาไว้ก็อาจจะไม่ต้องการ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจรับโคลนสัตว์เลี้ยงที่เสียชีวิตลงเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่ชาวจีน โดยเป็นบริการที่ช่วยปลอบประโลมเจ้าของที่ต้องสูญเสียสัตว์เลี้ยงแสนรักไปให้ไม่ต้องรู้สึกเศร้าโศกเสียใจมากนัก เพราะยังมีตัวโคลนที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันทุกประการมาทดแทน เสมือนว่าสัตว์เลี้ยงตัวเดิมไม่ได้จากไปไหน
ในกรณีของ "น้องกระเทียม" ลูกแมวโคลนตัวล่าสุดนั้น เจ้าของบอกว่าตัดสินใจว่าจ้างให้บริษัทซิโนยีนฯ ทำการโคลนแมวตัวโปรดที่ตายลงเพราะโรคทางเดินปัสสาวะ โดยมีสนนราคาค่าบริการที่ 250,000 หยวน หรือราว 1.1 ล้านบาท ส่วนการโคลนสุนัขนั้นจะมีราคาแพงกว่าที่ 380,000 หยวน หรือราว 1.6 ล้านบาท
เมื่อปีที่แล้วบริษัทเดียวกันได้โคลนสุนัขพันทางชื่อ "กั่วจือ" ซึ่งเป็นดาวดังทางโทรทัศน์ของจีนได้สำเร็จ โดยเพาะเซลล์ที่ได้จากสุนัขต้นแบบให้กลายเป็นตัวอ่อนเสียก่อน แล้วจึงปลูกถ่ายตัวอ่อนนั้นเข้าไปในครรภ์ของสัตว์ที่เป็นแม่อุ้มบุญ ซึ่งจะอุ้มท้องและคลอดลูกสุนัขที่เหมือนกับตัวต้นแบบทุกประการเมื่อครบกำหนด
แม้การโคลนสิ่งมีชีวิตจะมีปัญหาในทางเทคนิคและจริยธรรมอยู่บ้าง เนื่องจากสัตว์ที่เกิดมาด้วยวิธีนี้มักมีปัญหาทางสุขภาพและมีอายุสั้นกว่าสัตว์ชนิดเดียวกันที่เกิดมาด้วยวิธีธรรมชาติ แต่นายไหลยืนยันว่าสุนัขและแมวที่เกิดจากการโคลนของทางบริษัท มีแนวโน้มจะมีอายุขัยเฉลี่ยเท่ากับสัตว์ชนิดเดียวกันโดยทั่วไป

เครดิต : (BBC) https://www.bbc.com/thai

อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ บริษัทด้านการวิเคราะห์เศรษฐกิจ ระบุว่า งานในภาคการผลิตทั่วโลกสูงถึง 20 ล้านตำแหน่ง อาจถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ในปี 2030
อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุด้วยว่า ตำแหน่งงานในภาคบริการ ก็จะถูกหุ่นยนต์มาแทนที่ด้วยส่วนหนึ่งเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของหุ่นยนต์ ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มตำแหน่งงานด้วย
นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้เรียกร้องให้มีการดำเนินการป้องกัน ไม่ให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน แย่ลงไปกว่าเดิม เพราะการนำหุ่นยนต์มาทำงานแทนคน
การเพิ่มขึ้นของหุ่นยนต์
อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุว่า การมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1 ตัว จะมาแทนที่งานในภาคการผลิต 1.6 ตำแหน่งงาน โดยภูมิภาคใดยิ่งมีงานที่ใช้ทักษะน้อยก็จะยิ่งได้รับผลกระทบมากขึ้น
อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุว่า ภูมิภาคที่คนมีทักษะในการทำงานต่ำกว่า ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่า และมีอัตราการว่างงานที่สูงกว่าภูมิภาคอื่น จะเสี่ยงต่อการสูญเสียตำแหน่งงานให้แก่หุ่นยนต์มากกว่า
บทวิเคราะห์
โดย โรรี เซลลัน-โจนส์ ผู้สื่อข่าวเทคโนโลยี
เราเห็นการคาดการณ์มาแล้วมากมายว่า หุ่นยนต์จะมาทำงานแทนที่คน ตั้งแต่คนงานในโรงงานไปจนถึงผู้สื่อข่าว ขณะที่งานที่ไม่ได้ใช้แรงงานก็กลับมามีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบด้วย
แต่ในรายงานนี้ได้นำเสนอมุมมองบางอย่างที่แตกต่างออกไป โดยเน้นย้ำถึงผลดีในด้านผลิตภาพจากการนำหุ่นยนต์มาใช้งาน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโต นั่นหมายความว่า แม้จะมีการสูญเสียตำแหน่งงานไป แต่ก็จะมีตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นด้วย
แม้ว่า รายงานนี้จะเห็นว่า หุ่นยนต์เริ่มเข้าไปทำงานในภาคบริการ จากเดิมที่ถูกนำไปใช้งานในภาคการผลิตเป็นส่วนใหญ่ แต่ภาคการผลิตก็จะยังคงได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะในจีน ซึ่งมีแรงงานจำนวนมากที่อาจถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์
ส่วนงานในภาคบริการที่เผชิญความเสี่ยง อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอย่าง การขนส่ง หรือการก่อสร้าง มากกว่าด้านกฎหมายหรือสื่อมวลชน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อคนที่มีทักษะในการทำงานต่ำกว่า ที่ย้ายมาจากภาคการผลิตด้วย
ความท้าทายสำหรับรัฐบาลต่าง ๆ ก็คือ จะส่งเสริมนวัตกรรมที่หุ่นยนต์ทำงานแทนคนได้เป็นอย่างดีอยู่แล้วอย่างไร ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจว่า จะไม่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมเพิ่มขึ้นด้วย
อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ยังพบว่า งานใดที่ต้องทำซ้ำ ๆ ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงที่จะถูกนำหุ่นยนต์มาทำงานแทนมากขึ้น ส่วนงานที่จำเป็นต้องใช้ความรู้สึก ความคิดสร้างสรรค์ หรือการเข้าสังคม น่าจะยังต้องใช้คนในการทำงานต่อไป "อีกหลายสิบปี" ทางบริษัทเรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำภาคธุรกิจ แรงงาน และครู ช่วยกันคิดว่า จะพัฒนาทักษะแรงงานอย่างไรให้สอดคล้องกับการที่มีหุ่นยนต์มาทำงานแทนคนเพิ่มขึ้น
นับตั้งแต่ปี 2000 ภาคการผลิตมีการนำหุ่นยนต์มาทำงานแทนคนแล้วราว 1.7 ล้านตำแหน่งงาน รวมถึง 400,000 ตำแหน่งงานในยุโรป 260,000 ตำแหน่งงานในสหรัฐฯ และ 550,000 ตำแหน่งงานในจีน
อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ คาดว่า จีนจะนำหุ่นยนต์มาใช้ในภาคการผลิตมากที่สุด โดยในปี 2030 จีนจะมีหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากถึง 14 ล้านตัว
ส่วนในสหราชอาณาจักร อาจจะมีงานหลายแสนตำแหน่งที่ถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์
อย่างไรก็ตาม อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ประเมินว่า หากมีหุ่นยนต์มาทำงานแทนคนทั่วโลกเพิ่มขึ้น 30% จะทำให้ผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ของทั้งโลก เพิ่มขึ้น 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 153.7 ล้านล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกับที่สูญเสียตำแหน่งงานไปเพราะหุ่นยนต์

เครดิต : (BBC) https://www.bbc.com/thai

จีนเปิดตัวระบบไฮเทคที่บอกให้ทราบว่าผ้าปูเตียงถูกซักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เพื่อช่วยให้นักเดินทางที่เหนื่อยล้าได้เบาใจ
ร้านบริการซักรีดในเมืองอู๋ฮั่นในภาคกลางของจีน ใช้วิธีการติดไมโครชิปลงในผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และผ้าห่ม ซึ่งลูกค้าสามารถใช้โทรศัพท์มือถืออ่านดูวันที่ผ้าเหล่านั้นถูกซักเป็นครั้งสุดท้ายได้
สำนักข่าวซินหว่ารายงานว่า ชิปดังกล่าวจะถูกติดไว้ที่มุมหนึ่งของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ส่งไปซักที่ร้านซักรีด Wuhan Kunteng Laundry ซึ่งเป็นผู้ให้บริการซักรีดแก่โรงแรมและหอพักหลายๆ แห่งของเมือง
ชิปแต่ละตัวมีรหัส QR ที่สามารถสแกนได้ด้วยโทรศัพท์มือถือ สามารถกันน้ำได้และทนต่ออุณหภูมิสูง ดังนั้นชิปเหล่านี้จะยังใช้การได้ แม้ว่าจะผ่านการซักรีดหลายครั้งหลายหนก็ตาม
เมืองอู๋ฮั่นมีประชากรมากกว่า 10 ล้านคนและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องของประวัติศาสตร์จีน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการขนส่งที่สำคัญภายในประเทศจีนอีกด้วย
นวัตกรรมนี้เป็นคลื่นลูกใหม่ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่กำลังแผ่ขยายไปทั่วโรงแรมต่างๆ ในจีน
เมื่อปีที่แล้ว เครือโรงแรม InterContinental ร่วมมือกับ Baidu ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีจีนที่มีความเชี่ยวชาญด้านบริการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตและปัญญาประดิษฐ์ ในการเปิดตัว “ห้องอัจฉริยะ” หรือ “Smart Rooms” ซึ่งรองรับเทคโนโลยี AI ในประเทศจีน
ความก้าวหน้าดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในโรงแรมธุรกิจขนาดใหญ่สองแห่งของประเทศ คือ InterContinental Beijing Sanlitun และ InterContinental Guangzhou ซึ่งได้เปิดตัวห้องสวีทระบบ AI จำนวน 100 ห้อง
ส่วนโรงแรมอื่นๆ เช่น โรงแรม Hangzhou Marriott Hotel Qianjiang และโรงแรม Sanya Marriott Hotel Dadonghai Bay ได้กลายเป็นโรงแรมระดับนานาชาติแห่งแรกของแมริออท ที่ใช้เทคโนโลยีระบบจดจำใบหน้าในการเช็คอินเข้าพักในโรงแรม

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

หุ่นยนต์ผู้ช่วยสำหรับกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ปี ค.ศ. 2020 ได้รับการออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ข้ามสนามได้อย่างรวดเร็ว และทำหน้าที่เก็บอุปกรณ์ในการแข่งขันกีฬา เช่น หอกจากกีฬาพุ่งหลาว และแผ่นกลมสำหรับกีฬาขว้างจักร หลังจากที่นักกีฬาขว้างออกไปแล้ว
หุ่นยนต์อีกตัวจะมีหน้าจอที่มีขนาดเท่าคนบนล้อของมัน หุ่นยนต์ตัวนี้ได้รับการออกแบบ มาเพื่อช่วยให้ผู้ชมทางบ้านสามารถดูกีฬาแบบเสมือนจริงได้
นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตที่ยิ้มแย้มเป็นมิตร เรียกว่า “หุ่นยนต์มาสคอต” ซึ่งแม้เดินไม่ได้แต่สามารถขยับแขนขาได้ พูดไม่ได้แต่สามารถส่งสายตาได้หลายแบบ ทั้งแบบสายตาเป็นประกาย และเป็นรูปหัวใจ ถือเป็นสัญลักษณ์หรือเป็นตัวแทนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้
คุณ Tomohisa Moridaira หัวหน้าคณะวิศวกรกล่าวเสริมว่า หุ่นยนต์ตัวนี้ยังอาจทำงานอย่างอื่นได้อีก เช่น การถือคบเพลิงโอลิมปิกโดยใช้แม่เหล็ก
“หุ่นยนต์ภาคสนาม”
เป็นหุ่นยนต์ที่มีขนาดเล็ก มีรูปร่างเหมือนรถประจำทาง สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีกล้องสามตัวและเซ็นเซอร์พิเศษที่ช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อม ด้านบนของตัวรถมีไฟชนิดพิเศษรอบๆ ที่จะสว่างขึ้นในขณะที่ทำงาน โดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และยังสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นหญ้าได้อีกด้วย
คุณ Takeshi Kuwabara ผู้ดูแลการพัฒนาหุ่นยนต์บอกว่า หุ่นยนต์นี้ถูกออกแบบมาให้สามารถทำงานร่วมกันกับทั้งหุ่นยนต์และมนุษย์ และว่าเป้าหมายก็คือการใช้ประโยชน์จากข้อดีของทั้งมนุษย์และหุ่นยนต์
หุ่นยนต์เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น
บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ของญี่ปุ่น Toyota Motor Corporation เปิดตัวหุ่นยนต์เหล่านี้ให้ผู้สื่อข่าวได้ชมเมื่อไม่กี่วันก่อน โดย Toyota เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ด้วย
ศูนย์วิทยาการหุ่นยนต์ของโตโยต้าในสหรัฐฯ ได้พัฒนาหน้าจอเคลื่อนที่ขนาดเท่ามนุษย์หรือ T-TR1 ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นตัวแทนของคนที่ไม่สามารถเข้าร่วมชมการแข่งขันได้
ก่อนหน้านี้ โตโยต้าได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่เคลื่อนที่ด้วยล้อมาแล้วหลายชนิด เพื่อช่วยผู้สูงอายุทำงานบ้าน และช่วยผู้ป่วยในโรงพยาบาล นอกจากนี้หุ่นยนต์เหล่านี้ยังสามารถนำทางคนพิการไปยังที่นั่งในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และยังช่วยเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มได้อีกด้วย

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล ผู้อำนวยการศูนย์ผิวหนังและการชะลอวัย แบรนด์ Vital Glow Skin & Aesthetic เปิดเผยว่า นวัตกรรมสุขภาพในยุค 4.0 ด้วยเทคโนโลยีเครื่อง Hyperbaric Oxygen Therapy หรือเรียกว่า HBO เป็นการรักษาทางการแพทย์วิธีหนึ่งด้วยการให้ผู้ป่วยหายใจรับออกซิเจนบริสุทธิ์
ภายใต้สภาพความกดบรรยากาศสูงภายในห้องปรับบรรยากาศ เรียกว่าอุโมงค์ออกซิเจน Hyperbaric Chamber โดยการรักษาด้วยวิธีนี้จะทำให้ร่างกายผู้ป่วยได้รับออกซิเจนในปริมาณสูงกว่าปกติหลายเท่า ส่งผลดีต่อการรักษาโรคต่างๆที่เกิดจากภาวะร่างกายขาดออกซิเจน
นอกจากนี้ Hyperbaric Oxygen Therapy ถึงประเทศไทยเป็นเครื่องแรกด้วยนวัตกรรมจากญี่ปุ่นโดยมีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาด 2 x1.5×2.1 เมตร มาพร้อมกับการรับรองมาตรฐานจาก ISO 13485 LL-C (Certification Medical equipment quality management system) Hyperbaric Oxygen Therapy คือวิวัฒนาการด้านการดูแลสุขภาพอีกรูปแบบหนึ่งที่คนรักสุขภาพ ออกกำลังกายต้องชื่นชอบ สามารถใช้บริการได้ทุกวัน กลุ่มเป้าหมายตั้งแต่อายุ 13-89 ปี ข้อกำจัดคือหากเป็นโรคประจำตัวโรคหัวใจหรือโรคความดันต่ำอาจต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้บริการ ส่วนคนตั้งครรภ์งดใช้บริการเครื่อง HBO เพื่อความปลอดภัย
โดยคุณสมบัติที่โดดเด่นของการนั่งสูดออกซิเจนบริสุทธิ์อาทิ ลดภูมิแพ้ สามารถช่วยบำบัดเรื่องความเครียด,พัฒนาความทรงจำ ,ลดอาการปวดหัวจากการมีออกซิเจนไม่เพียงพอ,ลดอาการปวดหัวไมเกรน นับเป็นการช่วยเรื่องการอ่อนเพลียเมื่อยล้าจากการขาดออกซิเจน เป็นการช่วยเพิ่มการไหลเวียนของออกซิเจนภายในเลือด รักษาสมดุลในร่างกาย,ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการออกกำลังกายให้ยาวนานเพิ่มขึ้น ช่วยบำบัดระบบภายในที่ยังส่งผลต่อผิวพรรณให้สดใส เรียกว่าสวยจากภายในสู่ภายนอก เป็นตอบโจทย์ความต้องการหลากหลาย เป็นวิธีการที่รักษาสุขภาพแบบง่ายในยุคไอทีก้าวล้ำแบบนี้ ซึ่งเมื่อใช้บริการอยู่สามารถสื่อสารมือถือในเรื่องงานได้ตลอดเวลาใช้บริการ 60-90 นาทีได้อย่างสบายๆ ความล้ำสมัยมาคู่สุขภาพครั้งแรกของประเทศไทยทีเดียว
อย่างไรก็ตามเตรียมจะเปิดใช้บริการเครื่อง HBO ณ ใจกลางย่านทองหล่อ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าไทยและลูกค้าต่างชาติ คาดว่าจะได้รับการตอบรับสูงจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เนื่องจากกระแสการรักสุขภาพมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

เครดิต : (สยามรัฐ) https://siamrath.co.th

ผู้เข้าชมคนหนึ่งเดินผ่านประตูที่เปิดสู่โลกอีกโลกหนึ่งและทิ้งความเป็นจริงเอาไว้เบื้องหลัง
บรูช วอน ซีอีโอของบริษัท Dreamscape Immersive กล่าวว่าเรามองว่า Dreamscape เป็นนายหน้าการท่องเที่ยวที่จะพาคุณไปท่องโลกที่ไร้ขีดจำกัดของเวลา พื้นที่และมิติ เขาเคยทำงานด้าน special effects ของสวนสนุกของดิสนี่ย์ ตอนนี้เขาเป็นซีอีโอของบริษัท Dreamscape
ลองจินตนาการทริปไปเที่ยวสวนสัตว์ที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดจากต่างดาว หรือไปตามล่าสมบัติหรือการผจญภัยใต้ทะเลและนั่นเป็นโลกเสมือนจริงที่ แซค กรีน ก้าวเข้าไปเมื่อเข้าไปในห้อง Dreamscape ห้องหนึ่ง
บริษัท Dreamscape ทำให้โลกเสมือนจริงนี้เป็นไปได้ด้วยการผสมผสานการเล่าเรื่องของฮอลลีวูดเข้ากับความเชี่ยวชาญในการสร้างสวนสนุกแบบธีมพาร์ค
วอล์เตอร์ พาร์คเกอร์ ผู้เขียนบทภาพยนตร์และโปรดิวเซอร์บอกว่าเทคโนโลยีเสมือนจริงหรือ วีอาร์ ทำให้องค์ประกอบเหล่านี้มีชีวิต เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานคณะกรรมการบริษัท Dreamscape
เขากล่าวว่าเทคโนโลยีที่ใช้ช่วยอำนวยให้ทีมงานที่บริษัทสามารถจับร่างกายคนได้ทั่วตัวและการเคลื่อนไหวของร่างกายทุกส่วน ทำให้กลายเป็นอวตารขึ้นมาในโลกเสมือนจริง โรบิน แม็คมิลเลี่ยน ผู้เข้าชมอีกคนหนึ่งรู้สึกทึ่งมากกับประสบการณ์ที่ได้รับ
เธอคิดว่านี่จะเป็นอนาคตของความบันเทิงที่ให้ประสบการณ์ที่เหมือนจริงอย่างสมบูรณ์แบบจนทำให้ลืมไปเลยว่าจริงๆ แล้วเธอยืนอยู่ในห้องห้องหนึ่งเท่านั้น
ผู้สื่อข่าววีโอเอรายงานว่าก่อนที่จะเดินผ่านประตูเข้าไปสู่โลกเสมือนจริง ผู้เข้าชมจะต้องสวมตัวเซ็นเซ่อร์จำนวนสี่ตัว โดยสวมไว้ที่มือและเท้าทั้งสองข้าง สะพายเป้และสวมแว่นตาวีอาร์เสียก่อน
บรูช วอน ซีอีโอของบริษัท Dreamscape บอกว่าเทคโนโลยีลบขอบกั้นระหว่างความเป็นจริงกับโลกเสมือนจริง โดยผู้ใช้สามารถยื่นมือออกไปลูบสัตว์ประหลาดต่างดาวได้หรือมีคบไฟที่ช่วยนำทางและมีคบไฟอยู่จริง
และไม่เพียงแค่นี้เท่านั้น คอมพิวเตอร์แบบเป้สะพายหลังของผู้ใช้แต่ละคนกับตัวเซ็นเซ่อร์ในห้องเป็นตัวสร้าง special effects อาทิ ลม หมอกและแรงสั่นของพื้นดิน ห้อง Dreamscape สามารถจุคนได้ครั้งละ 6 คนในการเข้าชมรอบละ 10 นาทีและตอนนี้ทางบริษัท Dreamscape ได้เริ่มวางแผนขยายกิจการท่องเที่ยวในโลกเสมือนจริงนี้เพิ่มอีกหลายแห่งแล้ว
(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com