สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ทั้งหลาย ขอต้อนรับเข้าสู่บมความพิเศษ "ควรซื้อหรือไม่?!" กับ Blair Witch เกมสยองขวัญสั่นประสาทที่ซึ่งดัดแปลงมาจากหนังคลาสสิกระดับตำนานแห่งยุค 90 นั้นก็คือ The Blair Witch Project [หรือในชื่อภาษาไทย สอดรู้ สอดเห็น สอดเป็น สอดตาย] ผลงานจากทีมผู้พัฒนา Bloober Team ที่เคยสร้างปรากฎการณ์เขย่าขวัญกันมาแล้วอย่างเกมซีรีส์ Layers of Fear โดยที่เรียกเสียงฮือฮาพร้อมกระแสตอบรับอันดีเยี่ยมจากเกมเมอร์หลายๆ คนเป็นอย่างมาก จึงทำให้ทามาโมะจังออกไปเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเกมทั้งหมดมาให้ได้ทราบกัน เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่เพื่อนๆ ทุกคนตัดสินใจว่ามันถูกจริตกับผู้เล่นชาวไทยรึเปล่า มีความคุ้มค่าที่จะซื้อหรือไม่ โดยรายละเอียดของ Blair Witch มีเนื้อหาดังต่อไปนี้ค่ะ 1. Lionsgate หนึ่งในบริษัทตลาดภาพยนตร์และบันเทิงของอเมริกา มอบลิขสิทธิ์ "Blair Witch" ให้กับทีมผู้พัฒนา Bloober Team เพื่อนำไปสร้างตามแบบวิดีโอเกม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทีมผู้พัฒนาจะสามารถมอบประสบการณ์ของ Blair Witch ออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม 2. Lionsgate เปิดโอกาสให้ทีมผู้พัฒนารังสรรค์ในส่วนของเนื้อเรื่อง เกมเพลย์ และคอนเซ็ปต์ต่างๆ ได้อย่างอิสระ เพียงแต่ต้องให้ความเคารพต่อต้นฉบับด้วย 3. เรื่องราวของ Blair Witch ฉบับวิดีโอเกม จะอยู่ในจักรวาลเดียวกับหนังคลาสสิกยุค 90 เพียงแต่ดำเนินเรื่องหลังจากเหตุการณ์ในหนัง 2 ปีต่อมาแล้ว [ปี 1996] 4. เราจะได้รับบทเป็น Ellis นักสืบมือฉมังที่ออกมาตามหา Peter Shannon เด็กชายที่หายตัวเข้าไปในป่า Black Hills โดยที่ไม่รู้เลยว่าตนจะได้พบเจอกับอะไรที่ชวนสยองเอามากๆ อีกทั้งใครก็ตามที่ย่างกรายเข้าไปในป่าแห่งนี้แล้ว ไม่มีใครกลับออกมาได้อีกเลย 5. ความยาวของตัวเกมอยู่ที่ประมาณ 5 - 6 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเวลาที่เหมาะสำหรับเกมแนวนี้อยู่แล้ว พร้อมกับฉากจบหลายรูปแบบ โดยขึ้นอยู่กับผลกระทำของเราทั้งหมด ช่วยให้เราอยากกลับไปเล่นซ้ำอีกรอบเพื่อรวบรวมเรื่องราวให้ได้มากที่สุด 6. ตัวเกมยังคงความเป็นแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยา [Horror Psychological] โดยที่เราไม่สามารถต่อสู้ได้ ทำได้แค่เพียงหนี + เจอฉากผีตุ้งแช่ (Jumpscare) 7. ทีมผู้พัฒนาได้นำเอาอิทธิฤทธิ์คำสาปของแม่มด Blair มากระตุกขวัญสั่นประสาทที่จะบิดเบือนสถานที่และกาลเวลาให้ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริงอยู่ตลอด 8. "กล้องวิดีโอ" หนึ่งในฟีเจอร์ที่ขาดไปเสียไม่ได้ นั้นก็เพราะ มันเอาไว้เปิดโหมด Night Vision ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ชัดเจนมากขึ้น 9. ระหว่างทางมักจะมีเทปวิดีโอหล่นอยู่ตามฉากต่างๆ เมื่อเอามาเปิดดูในกล้องวิดีโอ ก็จะเจอเบาะแสของเด็ชายที่หายตัวไป , สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง, ปล่อยผีตุ้งแช่ (Jumpscare) หรือไม่ก็เอาไว้ใช้ไขปริศนาบางอย่าง เป็นต้น ซึ่งน่าสนใจว่าตัวเกมจริงๆ จะมีอะไรเล่นมากกว่านี้หรือเปล่า? 10. อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไปเสียไม่ได้ นั้นก็คือ Bullet น้องหมาคู่ใจที่ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนแก้เหงา แต่เราสามารถสั่งให้ดมกลิ่น, ตามหาของ, เดินอยู่ใกล้ๆ เรา, นั่งอยู่นิ่ง หรือแม้กระทั่งลูบหัวเอ็ดดูอย่างรักใคร่ ยิ่งไปกว่านั้นน้องหมาจะคอยส่งเสียงเห่าออกมาเพื่อเตือนว่ามีบางสิ่งใกล้เข้าหาเราแล้ว **หมายเหตุ ขออย่างเดียว น้องหมาห้ามตายนะคะ ดิฉันเป็นเกมเมอร์สายรักสัตว์ ไม่อาจทำใจเมื่อน้องหมาตายจากไปได้ T_T** 11. ตัวเกมจะมีวิทยุสื่อสารอยู่ 2 แบบ ซึ่งไม่รู้ว่าตอนเข้ามาในป่าลึก Black Hills เอามาใช้ทำอะไร เพราะถ้าอิงตามหนังก็คงไม่พ้นจำพวกคลื่นรบกวนจนใช้งานไม่ได้ 12. เวลาจะถือไฟฉายต้องเข้าไปเลือกที่หน้าอินเตอร์เฟส (รวมถึงเครื่องมือที่กล่าไปข้างต้น) พร้อมกับกระเป๋าที่คาดว่าน่าจะเก็บสิ่งของที่พบเจอตามฉากนั่นแหละ 13. บรรยากาศภายในเกมขับเน้นความหลอน ระทึกที่พร้อมจะสั่นประสาทแบบฉากต่อฉาก ไม่ว่าจะทั้งบรรยากาศเงียบเฉียบ, ฉากสถานที่อันคับแคบและแสนมืดมิด, เพลงประกอบทำนองหลอนๆ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมโดยรอบ จนเหมือนกับทะลุเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง 14. คุณภาพกราฟิกของตัวเกมที่ยกระดับความสมจริง จากผลงานเก่าๆ ขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง อาทิ การลงรายละเอียดแสงเงา, ความละเมียดละไมของฉาก และระบบฟิสิกส์ในการเคลื่อนไหวที่ราวกับของจริง แต่ก็แลกมาด้วยการใช้สเปกคอมที่สูงเอาเรื่อง 15. Blair Witch วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ทั้งบน PC [Steam] และ Xbox One ใครที่อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ ก็ควรค่าแก่การซื้อมาเก็บไว้ในคลังเกมนะคะ เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

เลกิ๊ป สื่อของฝรั่งเศส ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคุยกับ มิโน่ ไรโอล่า นายหน้าของ ปอล ป็อกบา เพื่อหารือเรื่องการต่อสัญญากัน หลังจากข้อตกลงฉบับปัจจุบันเหลืออายุเพียงราว 2 ปี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของ ปอล ป็อกบา เกี่ยวกับเรื่องการต่อสัญญากับดาวเตะชาวฝรั่งเศส ตามรายงานของ เลกิ๊ป สื่อชั้นนำของเมืองน้ำหอม ป็อกบา ตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเจ้าตัวบอกเองว่ามันอาจจะถึงเวลาที่ต้องหาความท้าทายใหม่ๆ กับที่อื่นแล้ว ขณะที่ ไรโอล่า ก็เคยพูดว่านักเตะในความดูแลของเขาอยากบอกลา แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนกัน ซึ่งมันมีข่าวลือด้วยว่า ไรโอล่า พยายามเดินเรื่องให้เกิดการย้ายทีมให้ได้ ทั้งนี้ เรอัล มาดริด กับ ยูเวนตุส คือทีมที่มีข่าวว่าสนใจจะคว้าตัว ป็อกบา ไปร่วมทัพ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหนจนกระทั่งตลาดของหลายลีกยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรปปิดทำการไปเมื่อวันจันทร์ที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มันก็มีการคาดกันว่าแข้งวัย 26 ปี อาจจะพยายามย้ายทีมอีกในอนาคต ปัจจุบัน ป็อกบา เหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2021 พร้อมกับมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญา 1 ปี แต่มันก็ยังไม่ชัวร์ว่าสุดท้ายแล้วจะมีการใช้อ็อปชั่นดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งหากอ็อปชั่นนั้นไม่ถูกใช้งาน มันก็หมายความว่าพอถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสก็จะเหลือสัญญาเพียง 1 ปี เท่านั้น และทำให้ "ปีศาจแดง" ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตัดสินใจได้ยากลำบากว่าจะขายเขา หรือเก็บเจ้าตัวเอาไว้กับทีมต่อ กระทั่งล่าสุด เลกิ๊ป ก็ระบุว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้พูดคุยเรื่องต่อสัญญาของ ป็อกบา กับเอเยนต์ของเจ้าตัวแล้ว โดยไม่มีการระบุว่ายอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมที่จะเพิ่มค่าเหนื่อยให้เขาเป็นเท่าไหร่ หลังจากปัจจุบันแข้งวัย 26 ปีฟันค่าเหนื่อยในเบื้องต้นอยู่ที่สัปดาห์ละ 290,000 ปอนด์ (ประมาณ 11.02 ล้านบาท) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ผู้พิการทางสายตามีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิตมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ และการเข้าถึงเทคโนโลยี หลายครั้งที่คนทั่วไปเกิดความสงสัยว่า ผู้พิการทางสายตาจะสามารถใช้ชีวิตอย่างไรในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างรวดเร็ว
คำถามต่างๆ เช่น พวกเขาสามารถดูหนังในโรงภาพยนตร์ได้หรือไม่ เวลาไปเที่ยวสถานที่สวยงามต่างๆ จะชื่นชมธรรมชาติและภาพความงดงามนั้นอย่างไร และสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ ความทรงจำดีๆ ผ่านโซเชียลมิเดียให้กับเพื่อนๆ ได้ร่วมรับรู้ถึงความสุขและช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นได้เหมือนกับคนทั่วไปหรือไม่ คำตอบที่หลายคนฟังแล้วคาดไม่ถึงก็คือ “ได้!” โดยเทคโนโลยีนี่แหล่ะที่เป็นตัวทำลายกำแพงและข้อจำกัดด้านร่างกาย
(นางสาวฐิติกาญ สุนทรวิรุฬโรฒ ผู้พิการทางสายตา พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง)
“เทคโนโลยีทุกวันนี้ช่วยให้คนตาบอดสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ภายในช่วงประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก โดยส่วนตัวเป็นคนชอบเรียนรู้และพยายามเปิดใจลองทุกอย่าง ฟีเจอร์อย่าง Accessibility จะมีฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Screen Reader และ Voice Assistant
ซึ่งจะช่วยแปลงทุกอย่างที่อยู่บนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นข้อความหรือรูปภาพให้กลายเป็นเสียง สามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่างละเอียด เวลาไปทานข้าวที่ร้านอาหารก็ทำให้สามารถอ่านเมนูอาหารได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป บนสมาร์ทโฟนจะมีแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับผู้พิการอยู่หลายแอปฯ เช่น ‘Be My Eyes’ เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยเหลือคนพิการทางสายตา
โดยถ้าคนพิการต้องการความช่วยเหลือจะสามารถ Video Call ไปที่อาสาสมัคร เพื่อให้อาสาสมัครช่วยอธิบายลักษณะสิ่งของหรือสภาพแวดล้อมโดยรอบ หรือถ้าเดินหลงทางก็สามารถแจ้งให้อาสาสมัครช่วยอธิบายและบอกทางให้ได้ หรือถ้าต้องการดูหนังก็มีแอปพลิเคชัน ‘พรรณนา’ ที่บรรยายสิ่งที่ฉายอยู่ยนหน้าจอให้เรารู้ ทำให้สามารถจินตนาการได้เหมือนดูภาพจากจอเทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้การดำเนินชีวิตในปัจจุบันสะดวกขึ้นมากๆ” นางสาวฐิติกาญ สุนทรวิรุฬโรฒ หรือคุณแอน ผู้พิการทางสายตา พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เล่าถึงบทบาทของสมาร์ทโฟนที่มีต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเธอ
นายบุญประเสริฐ สัตตานุสรณ์ ผู้พิการทางสายตา อาชีพข้าราชการ กล่าวเสริมว่า “เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ผู้พิการสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านหนังสือและใช้แอปพลิเคชันที่ชื่อว่า "Tap2Read"
ซึ่งในนั้นเป็นเหมือนห้องสมุดที่มีหนังสือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนวนิยาย งานวิจัยต่างๆ โดยแทนที่จะอ่านเป็นตัวอักษรก็ฟังเป็นเสียงแทน อ่านโดยอาสาสมัครที่มาช่วยอ่านและอัดเทปไว้ สมาร์ทโฟนเปลี่ยนชีวิตอย่างมาก ไม่ใช่แค่ผู้พิการเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ได้ถูกคิดค้นขึ้น แต่ทุกคนได้ใช้ประโยชน์และมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น เช่น ทำธุรกรรมการเงิน เรียกรถโดยสาร ผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆ ได้เหมือนกับคนปกติโดยไม่มีอุปสรรค”
pananaapp
(แอปพลิเคชัน ‘พรรณา’ ช่วยบรรยายสิ่งอยู่บนหน้าจอ ทำให้ผู้พิการทางสายตาสามารถจินตนาการได้เหมือนดูภาพ)
ด้วยฟีเจอร์ ‘การช่วยเหลือในการเข้าถึง’ หรือ Accessibility บนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สมาร์ทโฟนได้ ทำให้ผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นและการได้ยิน ได้รับประโยชน์และใช้งานสมาร์ทโฟนได้ไม่ต่างจากคนปกติ โดยซัมซุงมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนด้วยนวัตกรรม เพื่อก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดต่างๆ ในการใช้ชีวิต และทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้
ที่ผ่านมาซัมซุงได้พัฒนาแอปพลิเคชัน ‘Read for the Blind’ แอปพลิเคชันแรกของโลกที่คิดค้นมาเพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างหนังสือเสียงเพื่อผู้พิการทางสายตา ทั้งยังได้สนับสนุนการอบรมการใช้สมาร์ทโฟนสำหรับผู้พิการทางสายตา สถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนาภายใต้มูลนิธิคนตาบอดไทย เพื่อส่งเสริมทักษะการใช้อุปกรณ์การสื่อสาร ผ่านฟีเจอร์ Accessibility
และเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้ผู้ที่มีความบกพร่องด้านการมองเห็น สามารถใช้สมาร์ทโฟนเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้ชีวิต และได้ร่วมมือกับ "Mint I Roam Alone" เจ้าของเพจท่องเที่ยวชื่อดัง จัดทำโปรเจค “ทริปไร้แสง“ พาผู้พิการทางสายตาไปตะลอนทำกิจกรรมเพื่อลบข้อจำกัดในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการตะลุยรับประทานอาหารหลากหลายเชื้อชาติ ดำน้ำ กระโดดบันจี้จั๊ม กระโดดร่มและปีนเขา

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

โดย ศรีสิทธิ์ วงศ์วรจรรย์ : ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีไฮเทคที่เรามักจะเห็นในหนังสายลับต่างๆ จะไม่ได้มีให้เห็นแค่ในจออีกต่อไป แต่เรากำลังจะได้ใช้จริงแล้ว เพราะล่าสุดบริษัท SONY ได้พัฒนาคอนแทคเลนส์ให้เป็นสิ่งของที่มีนวัตกรรมอัจฉริยะมากขึ้น โดยทำให้สิ่งนี้สามารถถ่ายภาพนิ่งและบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ด้วยการกะพริบตาเท่านั้น
โดยบริษัท SONY ได้นำเทคโนโลยี Nikola Tesla มาพัฒนากับตัวคอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้ ซึ่งในคอนแทคเลนส์จะประกอบไปด้วยการถ่ายภาพ ชุดคุมส่วนกลาง เสาอากาศ พื้นที่เก็บคลังข้อมูล และเซ็นเซอร์ ซึ่งมีการทดลองจนประสบความสำเร็จ และได้ทำการยื่นขอจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีนี้ขึ้น
ในส่วนของการทำงานของคอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้ จะทำการบันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเวลาที่กะพริบตาเพื่อตั้งใจถ่ายภาพ โดยจะมีเซ็นเซอร์เพื่อแยกว่าตอนไหนคือการกะพริบตาปกติแบบไม่รู้ตัว และเวลาไหนคือการกะพริบตาเพื่อตั้งใจถ่ายภาพ โดยทาง SONY ได้อธิบายไว้ว่า ปกติแล้วคนเราจะกะพริบตา 0.2 - 0.4 วินาที ต่อครั้ง แต่หากเรากะพริบตาเกินกว่า 0.5 วินาที ต่อครั้ง ซึ่งถือว่าผิดปกติจากการกะพริบตาของมนุษย์ จะทำให้คอนแทคเลนส์ทำการบันทึกภาพและภาพเคลื่อนไหวในตอนนั้น
นอกจากนี้คอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้ยังทำงานแบบไร้สาย โดยใช้คลื่นวิทยุกับการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าของเทคโนโลยี Nikola Tesla มาทำให้เป็นการทำงานแบบไร้สาย ซึ่งแหล่งพลังงานจะมาจากสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อ ซึ่งจะสามารถทำการซูมและโฟกัสอัตโนมัติได้ด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม คอนแทคเลนส์อัจฉริยะนี้น่าจะยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบต่างๆ เพื่อให้มั่นใจและแน่ใจว่าปลอดภัย มีความเหมาะสม และเป็นนวัตกรรมชั้นดีที่พร้อมจะออกสู่ตลาดให้เราได้ใช้มันจริงๆ

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสตรีมเมอร์ชื่อดังอย่าง Ninja (Tyler Blevins) อดีตนักแข่งฟอร์มูล่าวัน Halo ที่ผันตัวสู่การเป็นสตรีมเมอร์เกม H1Z1, PUBG และแจ้งเกิดแบบเต็มตัวกับ Fortnite จวบจนถึงทุกวันนี้ แต่ทว่าในขณะนี้ดูเหมือนว่าพี่แกกำลังติดเกม World of Warcraft: Classic งอมแงมวางไม่ลงเลยล่ะ แถมที่สำคัญ Ninja ทำการถ่ายทอดสดไลฟ์สตรีมเกมดังกล่าวผ่าน Mixer อีกด้วยค่ะ ซึ่งคาดว่าพี่แกน่าจะเล่นติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ใครที่แฟนคลับหรือสนใจอยู่ล่ะก็ สามารถรับชมกันได้นะจ๊ะ นอกเหนือไปกว่านั้น Ninja ยังโพสต์ลงบน Twitter หลักของตนอีกด้วยว่า "ผมกำลังรับทำเควสหนึ่งในเกม World of Warcraft: Classic และยังเคลียร์ไม่ผ่านเลย Send help! [ขอความช่วยเหลือด้วย!]" ซึ่งแน่นอนว่า DrLupo (Benjamin Lupo) หนึ่งในสตรีมเมอร์ชื่อดังบน Twitch และเพื่อนซี้คู่ใจที่แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่า Ninja ก็เล่นเกมนี้กับเขาด้วยเหมือนกัน ก็แสดงความยินดีกับเขาด้วยการใช้ภาพ GIF ว่า "Welcome" และเข้าไปเล่นด้วยกัน 555+ Ninja เปิดเผยว่าแม้ตนจะไม่เคยสัมผัส World of Warcraft มาก่อนสักนิด แต่ถึงกระนั้นก็เคยผ่านมือเกมแนว MMORPG ยอดนิยมในอดีตมาแล้วอย่าง Final Fantasy XI และ Star Wars : The Old Republic เป็นต้น โดยเจ้าตัวหันมาสนใจ World of Warcraft : Classic นั้นเป็นเพราะกระแสตอบรับที่แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียอย่างล้นหลาม จึงลองตัดสินใจเล่นดู ผลก็คือติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น เรียกได้ว่าเป็นไปดั่งตามการวิเคราะห์และคาดคะเนของบทความก่อนหน้านี้เคยนำเสนอไปเลยว่ากระแสดังกล่าวอาจช่วยดึงผู้เล่นหน้าใหม่ / ผู้เล่นหน้าเก่า หันมาเล่น World of Warcraft: Classic กันมากยิ่งขึ้น ไหนๆ ก็พูดถึง Ninja ทั้งที ทามาโมะจังขอเสริมไปด้วยว่าจากการที่พี่แกจับมือกับ Microsoft เพื่อย้ายมาตั้งแหล่งฐานไลฟ์สตรีมบน Mixer จึงทำให้ได้รับสิทธิ์เผยแพร่เนื้อเรื่องของ Gears 5 และเกมเพลย์ให้ได้รับชมก่อนใครอีกด้วย ซี่งจะทำการถ่ายทอดสดในคืนวันนี้ หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม ทามาโมะจังและทีมงาน PlayUlti จะรีบมาแจ้งให้ทราบทันทีค่ะ เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

เกม สล็อต เป็นเกมยอดนิยมเป็นอันมากปัจจุบันนี้ เป็นเกมที่เล่นง่ายเล่นสะดวกเล่นได้ตลอดระยะเวลาไม่ต้องเดินทางไปถึงบ่อนก็สามารถเล่นอยู่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นข้างหลังเลิกงานหรือก่อนนอนก็สามารถเล่นได้จากที่คุณต้องการจะเล่น
การเล่นสล็อตออนไลน์ให้ได้เงินกลับคืนมานั้นจะเรียกว่านอนสอนง่ายก็ไม่ง่ายหัวแข็งก็ไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้นเช่นเดียวกัน แต่ว่าวันนี้พวกเรามีสูตรดีๆที่จะสามารถมาทำให้ทุกคนได้สร้างผลกำไรให้กับตนเองกัน ซึ่งเป็นสูตรที่ได้รับการทดสอบเล่นมองมาแล้วซึ่งได้รับการยินยอมรับจากนักเล่นพนันแล้วก็เซียนพนันมาแล้วนั่นเอง
สูตรที่ 1. ทดสอบกดทีละ 1 บาท
ให้ท่านคำกล่าวทดลองกดทีละ 1 บาทไปก่อนแล้วเล่นไปสัก 50 ถึง 100 รอบก็ค่อยมองว่า โบนัสมันจะออกหรือยัง หากยังไม่ออกก็สามารถจัดเต็มลงไปได้เลยจะลงกี่บาทก็ตามทีเพราะตอนหน้ามันก็ต้องออกแล้ว ไม่เกินอีก 100 รอบอย่างแน่แท้นี่เป็นหลักการปกติโดยปกติของการเล่น แม้กระนั้นถ้าเกิดยังไม่ออกก็จำต้องเล่นไปเรื่อยเพื่อรอคอยจังหวะจังหวะที่จะมาถึง
สูตรที่ 2. เป็นการปิดช่องหรือปิดลายให้เหลือลายเดียว
กดไปครั้งละ 1 บาทแค่นั้นกดให้ได้สัก 50 รอบต่อไปก็ให้เปิดลายทั้งปวง ทำอย่างงี้เพียงแค่ในขณะที่แจ๊คพอเพียงตยังไม่แตก เนื่องจากว่าหากว่าจะแจ็คพอตแตกและจากนั้นก็ให้นับ 50 ใหม่ ถัดมาก็เพิ่มอัตราเงินเข้าไปอีกสักนิดก็เพื่อจะรอคอยโอกาสที่แจ๊คเพียงพอตจะมานั่นเอง
สูตรที่ 3. เป็นสูตรในขณะที่ไปบ่อน
ให้เลือกเครื่องตู้ที่จะเล่นให้เลือกตู้ที่มีคนเล่นไปแล้ว ให้สังเกตดูว่าผู้ที่เล่นที่ผ่านมาได้แจ๊คพอทหรือยังถ้าว่าเขาหยุดเล่นแล้วพวกเราก็ไปต่อคิวที่เครื่องเค้าในทันที ด้วยเหตุว่าจังหวะที่แจ๊คเพียงพอตจะแตกนั้นมีมากกว่าตู้ที่ยังไม่มีผู้ใดเล่น มันก็อย่างกับว่ามีคนมาลงทุนก่อนพวกเราแล้วพวกเราก็มาค้ากำไรคราวหลัง
ถ้าพวกเรารู้จักกระบวนการคิดพินิจพิจารณาสุดสำหรับการเล่นก็จะถูกเห็นว่าเป็นวิถีทางการหาเงินเสริมหรือเป็นการมั่งคั่งทางลัด แม้กระนั้นอีกมุมนึงกลับคิดว่าเป็นกิจกรรมนันทนาการยามว่างในวันที่พวกเราเบื่อๆเครียดๆแบบไม่มีอะไรทำ เกมสลอดนั้นเป็นกิจกรรมความเครียดลดลงที่ดีแม้จะเล่นแต่ว่าพอประมาณ สำหรับเพื่อการเล่นแต่ละครั้งพูดหยอกเล่นควรเล่นอย่างมีสติสัมปชัญญะรวมทั้งควรจะที่จะจัดสรรเวลาให้สมควร ไม่เพียงแค่การจัดสรรเวลาแค่นั้นเชิญชวนเล่นจำเป็นต้องแบ่งเงินสำหรับการเล่นแต่ละครั้งว่าควรเล่นด้วยงบประมาณมากแค่ไหน เพื่อได้ไม่เสียตังค์โดยที่ไม่รู้ตัว แล้วหวังว่าแม้คุณได้อ่านเนื้อหานี้ไปคิดพินิจพิจารณาเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองนั้น หวังอย่างมากว่าจะมีประโยชน์แก่นักอ่านอย่างใหญ่โต

หลังจากอาเจ๊นัทและทีมงานประกาศให้เพื่อนๆ ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของเกมออนไลน์ฟอร์มยักษ์ที่น่าเล่นไม่แพ้เกมอื่นๆ ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ArcheAge Unchained พร้อมเปิดให้บริการในรูปแบบแพ็คเกจ โดยเป็นเนื้อหาใหม่ที่แตกแยกจากเนื้อหาเก่าๆ ของตัวเกม หรือก็คือแบ่งแยกเซิร์ฟเวอร์อีกต่อหนึ่งนั่นเองค่ะ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ - ArcheAge Unchained จะเปิดเป็นเหมือนเซิร์ฟเวอร์ใหม่ ทุกคนจะต้องเริ่มต้นใหม่กันหมด และต้องซื้อแพ็คเกจเพื่อเข้าถึงเนื้อหาในการเล่น และแน่นอนว่าไม่สามารถย้ายตัวละคร, ไอเทม + ของใช้ หรืออะไรจากอีกเซิร์ฟนึงมาได้เลย ส่วนในเรื่องของกำแพงเทพทรูจะหายไป เพราะมันไม่มีระบบ Cash Shop (ร้านค้าภายในเกม) ทุกอย่างมีความแฟร์ต่อทุกคน ไม่มีความเหลื่อมลํ้าแม้แต่น้อย - แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมี ArcheAge ในรูปแบบ Free-to-Play พร้อมกับอัพเดตแพทช์ตามปกติเหมือนเดิม โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือตัดทอนเนื้อหาใดๆ ทั้งสิ้น แต่แน่นอนว่ามันจะมีระบบ Cash Shop (ร้านค้าภายในเกม) ซึ่งอาจทำให้เกิดกำแพงเทพทรู ล่าสุด Gamigo ผู้ให้บริการเกมรายใหญ่เข้ามาซื้อทีมผู้พัฒนาเกม Trion Worlds ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่า ArcheAge Unchained เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 30 กันยายนที่จะถึงนี้ [เร็วเกินกว่าที่คาดการณ์เอาไว้] โดยนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อนๆ สามารถสั่งซื้อแพ็คเกจล่วงหน้ากันได้แล้ว คลิ๊กที่นี่ อันประกอบ 3 แพ็คเกจดังต่อไปนี้นะคะ 1. Silver Chainbreak Pack ราคาอยู่ที่ $25.99 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 800 บาท ประกอบไปด้วย อาทิ - Founder Pack ทั้งสามชุด + เงิน 800 - สิทธิ์ในการสร้างตัวละครล่วงหน้า - ไอเทมและการตั้ง Title หน้าชื่อมากมาย 2. Gold Chainbreaker Pack ราคาอยู่ที่ $49.99 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,530 บาท ประกอบไปด้วย อาทิ - Founder Pack ทั้งสามชุด + เงิน 2,000 - สิทธิ์ในการสร้างตัวละครล่วงหน้า - ไอเทมและการตั้ง Title หน้าชื่อมากมาย - ชุดคอสตูม Nightraven Robes 1 ชุด - Emote Dance : Yatarena 3. Archeum Chainbreaker Pack ราคาอยู่ที่ $79.99 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,450 บาท ประกอบไปด้วย อาทิ - Founder Pack ทั้งสามชุด + เงิน 5,000 - สิทธิ์ในการสร้างตัวละครล่วงหน้า - ไอเทมและการตั้ง Title หน้าชื่อมากมาย - ชุดคอสตูม Nightraven Robes 1 ชุด - ชุดคอสตูม Arasha Nomad Costume 1 ชุด - ชุดคอสตูม Geared Gaslamp Garb 1 ชุด - Emote Dance : Yatarena + Robot - ชุดปรับแต่งยานพาหนะ Golden Wyrmwings - รวบรวมเนื้อหาของ ArcheAge ทั้งหมดตลอด 5 ปี นอกจากนี้ยังมีการแง้มอีกด้วยว่าพวกเขาจะเปิดให้บริการตัวเกมบนหน้าร้านค้า Steam ด้วยนะคะ แค่ตอนนี้เราไม่ทราบเหมือนกันว่าจะมาในช่วงสิ้นเดือนกันยายนหรือเปล่า? อีกทั้งตัวเกมจะรองรับแค่เซิร์ฟเวอร์อเมริกาเหนือ [NA] และยุโรป [EU] เท่านั้น (หวังว่าไม่จำเป็นต้องมุด VPN อะนะ) แต่ถึงกระนั้น Gamigo ก็กำลังพิจารณาอยู่ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้บริการเซิร์ฟเวอร์อเมริกาใต้ [SA] และเอเชีย [Asia] หรือไม่? เอาเป็นว่าถ้ามีรายละเอียดเพิ่มเติม ทามาโมะจังจะรีบมาแจ้งให้ทราบทันทีค่ะ ArcheAge Unchained เป็นเกมแนว MMORPG Open World ที่มีจุดเด่นต่างจากเกมแนว MMORPG ทั่วไปคือ ระบบ PvP ที่ขับเน้นทักษะและความสามารถของผู้เล่นเป็นหลัก พร้อมกับแบ่งทวีปใหญ่ๆ ออกเป็น 3 ทวีปหลัก เต็มไปด้วยสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย พร้อมระบบสายอาชีพที่สามารถผสมผสานกันได้จำนวนมหาศาล แถมที่สำคัญเราสามารถสร้างบ้าน สร้างเรือ ปลูกผัก ทำฟาร์มได้ อาจเรียกได้ว่ามีอะไรให้ทำเยอะแยะไปกว่าการนั่งเก็บเลเวลไปวันๆ นะคะ แทบรอลุ้นตอนตัวเกมเปิดให้บริการไม่ไหวแล้วสิ!!! เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

สมมุติว่าวันหนึ่งคุณไปร้านก๋วยเตี๋ยวที่คุ้นเคยแถวออฟฟิส คุณนั่งลงและสั่งเมนูจานโปรด ไม่นานเกินรอ พนักงานร้านก็เดินมาเสิร์ฟ มื้อนี้ช่างง่าย ทันใจ อร่อย แถมยังถูกดีอีกด้วย แต่แล้วคุณก็ต้องสะดุ้ง เพราะเสียงสบถของพนักงานคนหนึ่งที่ดังขึ้นท่ามกลางลูกค้าที่กำลังทานก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย บางสิ่งบางอย่างทำให้คุณรู้สึกไม่ค่อยดีกับร้านนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น จนคิดในใจว่าคงไม่กล้บมากินร้านนี้อีกต่อไป เพราะอะไรกันนะ ทั้งๆ ที่น้ำซุปเขาก็อร่อยและที่นั่งก็สบายดี
…มันคือประสบการณ์ของคุณอย่างไรล่ะ ที่ได้คะแนนติดลบไปเสียเรียบร้อยแล้ว
เรากำลังอยู่ในยุคสมัยของ Experience Economy ที่ซึ่งสินค้าที่หรูเลิศ ที่ตั้งแสนสะดวก และราคาที่ดี ไม่ใช่ปัจจัยชี้ชะตาธุรกิจที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป โดย Pine & Gilmore ได้ระบุไว้ในปี 1998 ว่า “ประสบการณ์ เกิดขึ้นเมื่อบริษัทตั้งใจใช้บริการเป็นเวทีและสินค้าเป็นพร็อพ เพื่อเข้าถึงลูกค้าแต่ละคนในรูปแบบหนทางที่พึงสร้างเหตุการณ์ให้เป็นที่น่าจดจำและน่าประทับใจ”
เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกในปัจจุบันต่างให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” นับตั้งแต่การพบหน้าลูกค้าครั้งแรก แผนการตลาด รูปแบบการขาย ห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงงานบริการหลังการขาย ทุกองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนมีส่วนเสริมสร้างประสบการณ์ของลูกค้า ในวันนี้ ประสบการณ์ ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ องค์กรต่างๆ ทั่วโลกพบว่าเมื่อพวกเขามอบประสบการณ์ที่ดีเลิศแก่ลูกค้า พวกเขาจะได้รับผลตอบแทนทางธุรกิจที่ดีเกินคาด และในทางกลับกัน ประสบการณ์ลูกค้าที่ไม่ดีย่อมนำมาซึ่งบทลงโทษที่ธุรกิจต้องเผชิญ
คำถามคือเราจะสร้างประสบการณ์ที่ดีได้อย่างไร?
ประการแรกที่เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจ คือ ประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) หรือ CX นั้นแตกต่างจาก CRM
เราทุกคนรู้จัก CRM หรือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer relationship management) ซึ่งทำหน้าที่บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยระบบ CRM จะให้ข้อมูลเชิงปฎิบัติการ หรือ O-Data (Operational data) ซึ่งจะช่วยบอกได้ว่าลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์อย่างไร (what) และเมื่อใด (when) บ้าง
อย่างไรก็ตาม CRM นั้นมีข้อจำกัด แม้ว่ามันจะสามารถตีแผ่ข้อมูลของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้วได้อย่างละเอียดละออ มันไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นด้วย “เหตุผล” ประการใด (why)
สิ่งที่เจ้าของธุรกิจในยุคนี้ต้องเข้าใจ
ประการที่สอง คือ การบริหารจัดการประสบการณ์ การบริหารประสบการณ์ (Experience Management) หรือ XM จึงกลายเป็นกลยุทธ์พิชิตเป้าหมายของธุรกิจชั้นนำของโลกในวันนี้ ซึ่งเป็นการผสานข้อมูล O-Data หรือข้อมูลเชิงปฏิบัติการของธุรกิจ (ข้อมูลที่ได้จากระบบ CRM) และข้อมูล X-Data หรือข้อมูลเชิงประสบการณ์ (ข้อมูลจากระบบ CX จากทั้งกลุ่มลูกค้าและพนักงานขององค์กร) เข้าด้วยกัน เกิดเป็นบทวิเคราะห์ความเชื่อ ความรู้สึก และอารมณ์ของกลุ่มยูสเซอร์ หรือกลุ่มผู้มีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ ที่ยืนอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและข้อมูลที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งเอื้อให้ผู้บริหารองค์กรสามารถทำการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างละเอียด รอบคอบ และมีประสิทธิผล
XM คือกระบวนการมอนิเตอร์ทุกปฏิสัมพันธ์เชิงประสบการณ์ที่คนมีกับแบรนด์ ซึ่งมีเป้าหมายคือการหาช่องโอกาสที่จะปรับปรุงประสบการณ์ต่างๆ เหล่านั้นให้ดียิ่งขึ้นไปอีก กระบวนการดังกล่าวนี้ คือ อาวุธสำคัญ ที่ทำให้ธุรกิจสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว รวมถึงคาดการณ์หรือควบคุมปัญหาเหล่านั้นก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

ปัจจุบัน องค์กรชั้นนำทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยได้หันมาขับเคลื่อนธุรกิจด้วย XM ดังเช่น Bualaung Securities: ใช้ XM ยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าต่อระบบธุรกรรมของบริษัทหลักทรัพย์
ทั้งนี้ Qualtrics มีจุดแข็ง ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด 3 ประการ คือ ประการแรก Qualtrics ใช้ดีพ เลิร์นนิ่ง ปัญญาประดิษฐ์ และแมชชีน เลิร์นนิ่ง เข้ามาช่วย เพื่อการระบุอินไซท์ที่ธุรกิจสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ ประการสอง XM™ Platform ของ Qualtrics ขับเคลื่อนโดยระบบอนาลิติกส์ ซึ่งองค์กรต่างๆ สามารถใช้เพื่อตอบโจทย์งานวิจัยที่มีความซับซ้อนสูง ประการสุดท้าย XM™ Platform ของ Qualtrics สามารถหาฟีดแบคแบบเรียลไทม์ พร้อมวิเคราะห์และหาอินไซท์
เพื่อให้องค์กรสามารถกำหนดกลยุทธ์และปฏิบัติการทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด

เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

OpenAI บริษัทค้นคว้าวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ในนครซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ เปิดตัว ปัญญาประดิษฐ์ที่เขียนตัวอักษรเองได้ (the text generator) ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าจะถูกนำไปสร้างข่าวปลอม หรือข้อความสแปม (ข่าวขยะ) ที่มีลักษณะรังแกเหยียดหยาม ในโซเชียลมีเดีย
ก่อนหน้านี้บริษัทจัดว่าโปรแกรมนี้อันตรายเกินไปที่จะเปิดให้สาธารณะใช้ แต่ตอนนี้ได้เผยแพร่ระบบรุ่นใหม่ซึ่งทรงพลังมากกว่าเดิมออกมาแล้ว
บีบีซีและผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ ทดลองใช้ระบบที่ชื่อว่า GPT-2 นี้ดู ซึ่งเป็นระบบที่สร้างจากฐานข้อมูลจากหน้าเว็บถึง 8 ล้านแห่ง และสามารถสร้างข้อความใหม่ขึ้นโดยใช้ฐานจากข้อความเริ่มต้นที่คนป้อนไปให้
ระบบสามารถเขียนกลอนเชกสเปียร์ต่อจนจบบท และเขียนบทความเองได้
ทริสตัน กรีน เขียนบทความลงในเว็บไซต์ด้านเทคโนโลยี The Next Web ว่า เขารู้สึกกังวลกับระบบ GPT-2 เพราะ "มันเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีประเภทที่มนุษย์คิดร้ายจะใช้ในการชักจูงผู้คน และผมคิดว่ามันอันตรายกว่าปืนชนิดไหน ๆ เสียอีก"
บีบีซีทดลองใช้ระบบด้วยการใส่ประโยค 2-3 ประโยคจากข่าวจริงของบีบีซีที่ระบุว่า : "Sogou เว็บไซต์ค้นหาของจีนได้สร้างคนหน้าเหมือนจากปัญญาประดิษฐ์เพื่ออ่านนวนิยายยอดนิยมด้วยเสียงของผู้เขียน"
และนี่คือผลลัพธ์ที่เอไอเขียนขึ้นมา :
"นักวิจัยระบุว่า วิธีการอ่านนี้ไม่ใช่แค่สิ่งประดิษฐ์ของผู้ใช้ Amazon Kindle เท่านั้น ผู้ใช้อุปกรณ์ของ Android ยังเป็นกลุ่มตลาดที่สำคัญสำหรับการอ่านแบบปลอม ๆ อีกด้วย มีหลายทฤษฎีที่จะช่วยอธิบายสิ่งนี้..."
นี่คือข่าวจริงที่คุณสามารถลองอ่านเปรียบเทียบดูได้
โนเอล ชาร์คีย์ ศ.ด้านคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเชฟฟีลด์ ได้ทำการทดลองใช้ระบบนี้เช่นกัน แต่ก็ไม่ประทับใจเท่าไรนัก
"ถ้าซอฟต์แวร์ทำงานได้ดีเท่ากับที่ OpenAl อ้าง มันจะสามารถสร้างข่าวปลอมหรือข้อความปลอมที่ล่อให้คนคลิกได้ง่ายมาก แต่โชคดีที่ระบบ ณ ตอนนี้ ยังสร้างข้อความที่ฟังดูตลก และไม่เชื่อมโยงกันกับข้อความตั้งต้นที่ให้ไป"
ชาร์คีย์ ใส่ข้อความตั้งต้นไปว่า ไก่งวงเกลียดเทศกาลคริสต์มาส (Turkeys hate Christmas) แต่ข้อความที่ได้กลับมาคือ "ตุรกีเป็นชาติเดียวในโลกที่ไม่ฉลองเทศกาลคริสต์มาส" (Turkey is the only nation in the world that doesn't celebrate Christmas)
เดฟ คอพลิน ผู้ก่อตั้งบริษัทให้คำปรึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ The Envisioners ได้ลองทดลองระบบนี้เช่นกันโดยใส่คำตั้งต้นไปว่า "ชายคนหนึ่งเดินเข้าบาร์..." ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาคือ "...และสั่งเบียร์ 2 แก้ว และเหล้าสก็อตช์ 2 แก้ว ตอนชายคนนั้นพยายามจะจ่ายเงิน มีชายสองคนมาเผชิญหน้าเขา คนหนึ่งตะโกนขึ้นว่า "นี่เพื่อซีเรีย" แล้วชายคนนั้นก็ถูกทิ้งให้เลือดไหลและถูกแทงที่คอ"
เขาบอกว่า ผลลัพธ์นี้เป็นบทเรียนว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ใด ๆ ก็ตามจะเผยให้เห็นอคติที่พบในฐานข้อมูล
คอพลิน บอกว่าเมื่อผ่านช่วงเริ่มต้นของการใช้ระบบลักษณะนี้ไปแล้ว สิ่งสำคัญที่คนในสังคมจะต้องมาถกเถียงกันคือ เราอยู่ในโลกลักษณะไหนที่นับวันข้อมูลที่สร้างโดยมนุษย์กับที่สร้างโดยระบบคอมพิวเตอร์ดูจะแยกออกจากกันยากมากขึ้น
ในตอนแรก OpenAI เป็นบริษัทไม่หวังผลกำไร ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2015 มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนและพัฒนาการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในลักษณะที่จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
ในตอนแรก อีลอน มัสก์ ก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงทุนด้วย แต่เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทมาสักพักแล้ว

เครดิต : (BBC) https://www.bbc.com/thai

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สูญเสียความเป็นตัวเองไป นับตั้งแต่การก้าวลงจากตำแหน่งกุนซือของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อปี 2013 ซึ่งปัจจุบันนี้ที่มี โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพ แม้ผลงานของทีมยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ก็มีการส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับเรื่องการปั้นและผลักดันนักเตะดาวรุ่ง อย่างในตอนนี้ โซลชา ก็เริ่มให้โอกาสกับกลุ่มนักเตะแววดีจากอคาเดมี่ของสโมสรอย่าง เมสัน กรีนวู้ด, ทาฮิธ ชอง และ อังเคล โกเมส ได้โชว์ฝีเท้าบ้างแล้ว วันนี้เรามาส่องกันหน่อยว่า ดาวรุ่งจากทีมเยาวชน "ปีศาจแดง" อีก 5 รายที่อาจจะได้รับโอกาสจาก โซลชา ในเร็วๆ นี้ มีใครกันบ้าง - ดิลลอน โฮเกอแวร์ฟ (กองหน้า, 16 ปี) ถูก แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัวมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สดๆ ร้อนๆ ในช่วงซัมเมอร์ และมีชื่ออยู่ในทีมสำรองหรือทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ของ "ปีศาจแดง" ทันที โดยฤดูกาลที่แล้ว หัวหอกจอมพลิ้วชาวดัตช์รายนี้ กดไป 10 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ ในการเล่นให้ อาแจ็กซ์ ยู-17 - เทเดน เมนจี (เซนเตอร์แบ็ก, 17 ปี) ถึงแม้อายุแค่ 17 ปี แต่รูปร่างและความแข็งแกร่งของเด็กคนนี้ถือว่าเกินวัย เมนจี ถือเป็นเซนเตอร์แบ็กที่ฉลาดและมีไหวพริบดี มีชื่ออยู่ในทีมยู-23 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เรียบร้อย แถมถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษ ยู-18 แล้วด้วย - อาร์เนา ปูอิกมาล (กองกลาง, 17 ปี) เด็กจากเมืองบาร์เซโลน่าคนนี้ เคยร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ภายใต้การนำทัพของ โซลชา มาแล้ว เรื่องฝีเท้าของเจ้าหนู ปูอิกมาล ถือว่าไม่ธรรมา เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่มีความสามารถหลากหลาย เพราะสามารถโยกไปเล่นเป็นแบ็กขวาได้ด้วย และเมื่อเร็วๆ นี้ถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติสเปน ยู-17 เรียบร้อย แต่ปัญหาคือเจ็บบ่อย - โชล่า ชอร์ไทร์ (ปีก, 15 ปี) เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เจ้าหนู ชอร์ไทร์ ทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยสุดตลอดกาลที่ลงเล่นในศึก ยูฟ่า ยูธ ลีก และที่น่าทึ่งเข้าไปอีกคือ เวลานี้ ชอร์ไทร์ กลายเป็นขุนพลคนสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยู-18 ภายใต้การนำทัพของ นิคกี้ บัตต์ ไปแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ยังได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษ ยู-16 ด้วย - ชาร์ลี เวลเลนส์ (กองกลาง, 16 ปี) นี่คือเด็กที่ถูกจับตามองอย่างมาก เป็นมิดฟิลด์ตัวกลางที่โดดเด่นเรื่องการทำประตู จนถูกยกให้เป็น "นิว พอล สโคลส์" เลยทีเดียว ตอนนี้ เวลเลนส์ เป็นกำลังหลักในทีมยู-18 ของ "ปีศาจแดง" ซึ่ง บัตต์ และอีกหลายๆ คนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็กคนนี้น่าจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th